EP13 The current war
รีวิวหนัง,  ไลฟ์สไตล์

[รีวิวหนัง] The Current War สงครามกระแสไฟฟ้า

0
(0)
รีวิวหนัง

The Current War (2017)

คะแนนหนัง 🎥 IMDb: 6.3 | 🍅 Rotten tomatoes 33% | 🍪 Cookie’s score: 8.0 | กำกับโดย Alfonso Gomez-Rejon | ตีแผ่เรื่องราวสีเทาของบุคคลสำคัญของโลกที่คุณครูวิทยาศาสตร์สอนให้เรายกย่องในสมัยเด็ก ดูจบเกิดความขัดแย้งในใจ ทั้งชื่นชมสรรเสริญ และสะเทือนใจ

คงไม่มีใครไม่รู้จักสุดยอดนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้เปลี่ยนโลกคนนี้ “Thomas Alva Edison” ผู้ซึ่งอยู่ในตำราเรียนของเรามาตั้งสมัยประถมว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟฟ้าที่เปลี่ยนโลกที่มืดมิดให้สว่างสไว 

แต่ต่อมาก็ได้มีชื่อนักประดิษฐ์อีกคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้เราแทบไม่รู้จักกันเลยนั้นคือ “Nikola Tesla” ชาวเซอร์เบียน-อเมริกัน ผู้ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟฟ้าที่เปลี่ยนโลกต่างหาก

ถ้างั้นทำไมก่อนหน้านี้เราถึงไม่เคยได้ยินชื่อของนิโคล่า เทสล่ามาก่อนเลยล่ะ? และทำไมคนที่ปัจจุบันถูกกล่าวหาว่าแย่งไอเดียคนอื่นมาเป็นของตัวเองอย่างโทมัน เอดิสันถึงมีชื่อเสียงถูกยกย่องจากคนทั่วโลก? ต้องมาพิสูจน์หาความจริงใน “The Current War สงครามไฟฟ้า คนขั้วอัจฉริยะ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างหนัง The Current War Trailer #1 (2019)

เรื่องย่อ

หนังเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่หลังจากโทมัส เอดิสันประดิษฐ์หลอดไฟฟ้ากระแสตรงให้ใช้งานได้ และมีแผนที่จะมอบแสงสว่างให้ทั่วประเทศอเมริกา แต่แล้วก็มีคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญอย่าง George Westinghouse ที่ประดิษฐ์หลอดไฟด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ แม้มาทีหลังแต่ต้นทุนถูกกว่ามาก นั้นทำให้โทมัสและจอร์จต้องแข่งขันกันว่าใครจะเป็นผู้มอบแสงสว่างให้ชาวอเมริกันและชนะในสงครามกระแสไฟฟ้าครั้งนี้

Cookie’s Review

**มีสปอยเนื้อเรื่องบางส่วน** ไม่ใช่แค่หนังชีวประวัติน่าเบื่อ แต่รวมสงครามทางนวัตกรรม ธุรกิจ และจิตวิทยาไว้ในเรื่องเดียว! ขอชื่นชมผู้กำกับ Alfonso Gomez-Rejon ที่รวมเรื่องน่าสนใจไว้ในหนังเรื่องเดียวได้อย่างลงตัว ทำได้สนุกมาก ตื่นเต้นตั้งแต่ต้นจนจบ 

the current war 1

รวมนักแสดงยอดฝีมือจากหนังฮีโร่ไว้ครบถ้วน 

เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมากที่นักแสดงนำทุกคนเคยแสดงหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ตั้งแต่ Benedict Cumberbatch (Dr. Strange), Tom Holland (Spideman), Katherine Waterston (Fantastic Beast), Nicholas Hoult (X-Men) และ Michael Shannon (Batman Vs Superman) นักแสดงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้เรื่องนี้สนุก ไม่น่าเบื่อ และทำให้เราเข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง รู้สึกอินไปกับหนังและลุ้นอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ

the current war
ภาพถ่าย Chicago World’s Fair ปี 1893 ที่มีการใช้ไฟฟ้าจัดงานแฟร์มากที่สุดเป็นงานแรกของโลก (ที่มา)

น้ำตาไหลให้ฉากยอดเยี่ยม

ฉากที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเราคือฉากงานแฟร์ Chicaco ที่ตัดสลับกับอีกฉาก (ไม่บอก ใครยังไม่ดูต้องไปดูเอง มันสุดจริงๆ) ดนตรีประกอบดีที่สุดและเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราอินจนน้ำตาไหล จนเราอยากจะซื้อตั๋วกลับเข้าไปดูอีกรอบเพื่อดูฉากนี้แค่ฉากเดียว ฉากนี้อยู่ใกล้ๆ ตอนจบ ใครที่หลับกลางเรื่องต้องตื่นขึ้นมาดูนะ ไคลแม็กซ์ของหนังจริงๆ

the current war

ไม่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์เลย จะงงไหม?

อาจมีงงบ้าง แม้แต่คนที่เรียนวิทยาศาสตร์มาอย่างเรา และเคยอ่านเรื่องราวของโทมัน เอดิสันกับนิโคล่า เทสล่ามาหลายเวอร์ชั่นก็ยังมีส่วนที่งงเลย เพราะบางเรื่องก็ไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นไหนที่เราเคยอ่านมาเลย แต่สามารถไปดูได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความเข้าใจในวิทยาศาสตร์จ๋าขนาดนั้น มีเรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจ และดำเนินเรื่องได้อย่างสนุก น่าสนใจ จนมองข้ามความงงไปได้เลย

the current war

ทำไมคะแนนใน imdb ถึงต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น สำหรับหนังดีแบบนี้?

อย่างที่บอกว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่มองว่า เอดิสันเป็นคนขี้โกงที่ไปขโมยไอเดียคนอื่นมา มากกว่าเป็นนักประดิษฐ์ผู้จุดประกายนวัตกรรมให้กับโลกใบนี้ ซึ่งในหนังก็สื่อเรื่องราวของเอดิสันกับเทสล่าอย่างตรงไปตรงมา แต่ในหนังเราก็มองว่าเขาเป็นตัวร้ายไม่ลง เอ้า! แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของเบเนดิกซ์ ก็รู้ว่าเขาเป็นพระเอกแล้ว ฮ่าๆ

คนส่วนใหญ่เลยมองว่าหนังทำมายกย่องเอดิสัน แต่แทบไม่โฟกัสที่เทสล่าเลย (แม้ตัวอย่างจะทำออกมาเหมือนเป็นคีย์คนสำคัญขนาดนั้น) แต่พอคิดดูดีๆ แล้ว เรารู้สึกว่าหนังทำมาได้ตรงกับความจริง ในหนังจะเห็นเลยว่าแม้ว่าเอดิสันจะทำเรื่องร้ายกาจแค่ไหน คนก็ยังชื่นชม อย่างตอนสุดท้ายแม้จะแพ้สงครามกระแสไฟฟ้า แต่ก็ยังมีคนมาขอลายเซ็นเอดิสันอยู่ ในขณะที่คนชนะไม่มีใครสนใจเลย

the current war

รวมถึงเรื่องของเทสล่า ออกตัวก่อนว่าไม่ได้รู้เรื่องประวัติเขาจริงๆ ขนาดนั้น แต่ถ้าตามในหนังจะเห็นว่าเทสล่าเป็นยอดอัจฉริยะทางด้านวิศกรรมศาสตร์ วิทยาศาสต์ และนวัตกรรมที่เก่งที่สุดในเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ข้อเสียคือเขาเป็นอัจฉริยะในหัวเท่านั้น คือเขารู้ว่าการสร้างมอเตอร์ หรือสร้างไฟฟ้าให้ได้เยอะแบบเสียค่าต้นทุนน้อยที่สุดต้องทำยังไง แต่เขาไม่เคยลงมือสร้างจริง เพราะไม่มีเงิน หรือเขาอาจจะไม่เหมาะกับเป็นคนลงมือสร้าง นั้นทำให้คนในยุคนั้นมองว่าเทสล่าเป็นแค่คนฝันเฟื่องเท่านั้น เพราะมีทฤษฏีแต่ไม่เคยสร้างของขึ้นมาจริงๆ

แต่พอหลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว มีคนเอาทฤษฏีของเทสล่าไปสานต่อสร้างจริงๆ ได้สำเร็จ เขาถึงได้ถูกยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะ ที่ไม่เคยลงมือสร้าง แต่ทฤษฏีของเขาเป็นจริงทั้งหมด นั้นน่าทึ่งมากใช่มั๊ยล่ะ แต่ก็น่าเศร้าที่เขาไม่ได้อยู่รับรู้ว่าตัวเองถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะและได้เห็นว่าทฤษฏีเขาเป็นจริง

the current war

ตกลงแล้วเอดิสันเป็นคนร้ายกาจ? 

หลังจากดูจบแล้วแอบไปอ่านกระทู้ใน Pantip มา มีหลายคอมเม้นท์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวระหว่างเอดิสันกับเทสล่ามาก่อน แต่จดจำเอดิสันได้ในหนังสือเรียนสมัยประถมว่าเป็น “สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนโลก” และเมื่อดูหนังจบก็ต้องผิดหวังอย่างแรงในความร้ายกาจ เล่นสกปรกทางธุรกิจของเขา

ส่วนตัวเราเองก็เคยยกย่องเอดิสันสมัยประถมตามที่ตำราเรียนสอนไว้ แต่พอขึ้นมัธยมชื่อของ “นิโคล่า เทสล่า” ก็โผล่มาว่าเขาคือคนที่ควรถูกยกย่องตางหาก เอดิสันขโมยไอเดียไป สมัยนั้นเรายังเด็ก ไม่รู้จักคำว่า “ธุรกิจ” แม้แต่น้อย เราก็มองว่าเอดิสันขี้โกงและเป็นเพียงหัวขโมยเท่านั้น

แต่พอตอนนี้ ได้ดูหนังอีกรอบตอนเราทำงานแล้ว เราไม่ได้รู้สึกว่าเอดิสันเป็นคนดีหรือคนเลว แต่เอดิสันก็คือคนๆ หนึ่งที่ทำธุรกิจ และธุรกิจก็ต้องคนได้ และคนเสีย เป็นเรื่องจริงที่โหดร้าย 

the current war

เอดิสัน Vs เทสล่า เลือกฝ่ายไหนดี

จะยกย่องชื่นชมหรือรังเกียจก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองตัดสินใจ แต่อยากให้รู้ว่าอย่าตัดสินจากหนังเพียงเรื่องเดียว หรือเรื่องราวที่อ่านมา เพราะเชื่อเถอะ! เราอ่านมาเยอะมาก เล่าไม่ตรงกันซักแบบ สำหรับเอดิสัน บ้างว่าเขาเป็นแค่นักธุรกิจจอมขโมยไอเดีย บ้างก็ว่าเขาเป็นนักประดิษฐ์ที่เก่งจริง แต่จอมเคี่ยวในวงการธุรกิจ บ้างก็ว่าเขาอัจริยะในเรื่องการนำของที่คนสร้างค้างไว้มาสานต่อให้สำเร็จ 

“I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work”

สุดท้ายเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วเอดิสันเป็นคนพูดคำคมอันโด่งดังนี้จริงๆ หรือเปล่า แต่แล้วยังไง? แน่นอนว่าถ้าเรามีหลักฐาน พิสูจน์เรื่องราวจริงๆ ได้อย่างชัดเจนก็ดี แต่ถ้าไม่ ยังไงซะเรื่องราวและคำพูดของพวกเขาที่ฝากไว้ก็ได้ให้ข้อคิดและแรงบันดาลใจหลายอย่างแก่คนรุ่นหลัง

สงครามครั้งนี้ไม่มีผู้แพ้ มีแต่ชัยชนะของคนทั้งโลกที่เหล่านักประดิษฐ์อัจฉริยะมอบให้พวกเราในรูปแบบของ “แสงสว่าง” และ “ไฟฟ้า” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ เครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอีกหลายล้านอย่าง ขอบคุณสงครามกระแสไฟฟ้า

ขอทิ้งท้ายด้วยคำคมที่เราชอบที่สุดในหนัง ฉากที่เทสล่าหมดตัว สร้างสิ่งประดิษฐ์ทำเงินไม่สำเร็จจนนายทุนไล่เทสล่าออกจากบริษัท ถึงแม้เทสล่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะทางด้านไฟฟ้า แต่วอแมค ผู้เป็นนายทุนก็ได้กล่าวว่า…

You can’t see the real force that moves things if it’s not ACDC. It’s not currents, it’s currency. – สิ่งที่ขับเคลื่อนโลกจริงๆ ไม่ใช่กระแสไฟฟ้าหรอก แต่คือกระแสเงินตราต่างหาก!

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 0 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *