Outward Mindset Workshop
ความรู้,  พัฒนาตนเอง

Outward Mindset Workshop แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

5
(3)

ในงาน Creative Talk Conference 2020 (CTC2020) กี้ได้ไปลองเวิร์คชอป Outward Mindset สอนโดยอาจารย์บุญชัย พงศ์รุ่งทรัพย์ จากสถาบัน SEAC ค่ะ คลาสนี้เป็นการฝึกปรับความคิดของเราใหม่ให้เป็นคนที่ Outward มากขึ้น มีต้นแบบการสอนมาจากสถาบัน Arbinger ชื่ออาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าเห็นหนังสือของสถาบันนี้จะต้องร้องอ๋อแน่เลย

หนังสือจากสถาบัน Arbinger

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปร้านหนังสือไหน ก็จะต้องเห็นเล่มใดเล่มหนึ่งของ Arbinger ติดท็อปหนังสือขายดี โดยทุกเล่มจะเกี่ยวข้องกับการปรับ Mindset ซึ่งหมายถึงปรับความคิดหรือทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ เพื่อเปลี่ยนชีวิตของเราไปในทางที่ดีขึ้น โดย Arbinger บอกว่าคนเรามี Mindset อยู่ 2 ประเภท

1. Outward Mindset – คนที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ต่อส่วนรวม เห็นคนอื่นสำคัญเท่ากับตัวเรา มีพฤติกรรมเปิดกว้าง เช่น รับฟังแบบ Active listening, ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง, ชื่นชมอย่างจริงใจ, กล้าพูดตรงไปตรงมาอย่างสุภาพ เป็นต้น

2. Inward Mindset – คนที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ของตัวเอง เห็นคนอื่นเป็นเพียงวัตถุ, อุปสรรค หรืออากาศธาตุ มีพฤติกรรมปิดกั้น เช่น กล่าวโทษผู้อื่นก่อน, เอาอกเอาใจเพื่อผลประโยชน์, หลีกหนีจากสิ่งที่รับมือยาก เป็นต้น

ไม่จำเป็นว่าคนๆ หนึ่งจะเป็นคน Outward หรือ Inward อย่างใดเพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หรือคนที่ตอบสนองด้วย หลายคนมักเปิดกว้างกับคนที่ชอบ แต่จะใจแคบกับคนที่เรามีอคติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรค่ะ แต่หากเราเปิดใจกว้างได้กับทุกคน ทุกสถานการณ์ เราจะมองเห็นสิ่งดีๆ และโอกาสรอบตัวมากขึ้นค่ะ

ตกลงมันคือเลข 6 หรือ 9? นี้เป็นภาพคลาสสิคที่ไว้สอนเรื่อง Mindset เลยค่ะ สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่เจอกันบ่อยในโลกโซเชียล หากเราเป็นคน Inward มองแค่จาก ‘มุมมองของตัวเอง’ ก็จะตัดสินว่าเราเป็นฝ่ายถูกเสมอ เมื่ออ่านเจอคอมเม้นท์ที่คิดต่างจากเรา ก็จะคิดว่าคนเหล่านั้นผิด สงครามคีย์บอร์ดเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จาก Inward Mindset นี้แหละ ทั้งที่ถ้าเราลองเดินไปอยู่อีกมุม ก็จะเข้าใจว่าทำไมคนที่เห็นต่างจากเราเค้าคิดแบบนั้น หรือถ้าถอยออกมาตรงกลาง เราจะเข้าใจทั้งสองฝ่าย หรือถ้าเปิดกว้างอีก นี้อาจจะไม่ใช่แค่ 6 หรือ 9 แต่อาจเป็นตัว g ก็ได้ แค่เราปรับมุมมอง ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้ค่ะ

ภาพนี้ชื่อว่า Prince William. It’s all about point of view. ค่ะ ชอบมากๆ สอนได้ดีจริงๆ ว่าทำไมเราถึงควรปรับ Mindset ให้เป็นคน Outward ฮ่าๆ สารภาพว่าตอนแรกที่เห็นภาพต๊กกะใจ แอบเชื่อไปแวบนึงว่าปริ๊นซ์ชูนิ้วกลางจริงๆ แต่ก็เอ๊ะ! ปริ๊นซ์วิลเลียมที่มีภาพลักษณ์ดีมาตลอดคงไม่ทำอะไรแบบนี้ พอเห็นภาพล่างก็โล่งอกทันที ฮ่าๆ

ลองนึกเล่นๆ ว่า หากในภาพไม่ใช่เจ้าชายวิลเลียม แต่เป็นคนที่มีภาพลักษณ์ติดลบ เราจะยังเอ๊ะอยู่มั้ย เราคงเชื่อสนิทใจว่าเค้ากล้าชูนิ้วกลางใส่สื่อมวลชนและคงจะไม่ชอบโดยไม่สนใจว่าคนนั้นจะชูนิ้วกลางทำไม นั้นเพราะเรายัง Inward Mindset อยู่นั้นเอง

สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวของเรื่อง Mindset คือ Self Decption การไม่รู้ตัวหรือหลอกตัวว่าฉันเป็นคน Outward Mindset นะ แต่จริงๆ แล้ว Inward ต่างหาก ลองมาดูกันค่ะว่าเรามีพฤติกรรมแบบ Inward หรือ Outward กัน?

จะเห็นว่าบางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวเลยว่ากำลัง Inward Mindset อยู่ เช่น เอาอกเอาใจคนอื่น หรือหลีกหนีจากปัญหาค่ะ สุดท้ายมาดูกันว่าถ้าเราและคนรอบข้างสามารถ Outward Mindset ได้ จะมีผลดีอย่างไร?

Alan Mulally อดีต CEO ของบริษัทผลิตรถยนต์ Ford ที่เข้ามากู้วิกฤตบริษัทที่กำลังขาดทุน $17 billion ในปี 2006 และเปลี่ยนให้ทำกำไรได้มากที่สุดในรอบทศวรรษ สิ่งที่คุณ Mulally ทำคือเริ่มจากเรียกประชุมผู้นำของฟอร์ดจากทั่วโลกและให้นำเสนอสถานการณ์ส่วนที่รับผิดชอบด้วย Color Code – สีเขียว = ดี, สีเหลือง = กลางๆ กำลังฟื้นฟู, สีแดง = วิกฤต และสีน้ำเงิน = กำลังเริ่มสิ่งใหม่

คิดว่าคุณ Mulally จะเห็นชาร์ทสีแบบไหนในการประชุมครั้งแรกของบริษัทที่กำลังขาดทุน มหาศาลคะ? สิ่งที่เห็นคือชาร์ทสีเขียวสวยงาม! “เอ่อ… นี้เรากำลังขาดทุน $17 billion แต่ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นจริงๆ หรอ?” เขาพูดขึ้นมา ทุกคนต่างหลบสายตาลง ที่นี่วิกฤตกว่าที่คิด จะแก้ปัญหาได้อย่างไรในเมื่อยังไม่รู้เลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คุณ Mulally เริ่มคิดไม่ตก

สองสัปดาห์ต่อมาเขาก็ต้องเซอร์ไพรส์ เมื่อได้เห็นชาร์ทของ Mark Field มีสีแดงโดดท่ามกลางชาร์ทสีเขียวของทุกคน ทางทีมพบปัญหาในการผลิตที่ยังแก้ไม่ได้ ทำให้การผลิตล่าช้าและสูญเงินเป็นจำนวนมาก ห้องประชุมเงียบกริบ สิ่งที่คุณ Mulally คือปรบมือ… เขาเล่าว่าบรรยากาศในห้องประชุมตอนนั้นคือทุกคนคงคิดว่า ‘นายเสร็จแน่มาร์ค โดนไล่ออกแน่นอน’ แต่เขากลับพูดสั้นๆ ว่า “มาร์ค มีอะไรที่พวกเราจะช่วยคุณได้บ้าง?” แต่ก่อนที่มาร์คจะได้พูด ผู้นำของ 2-3 ทีมอื่นพูดขึ้นมาว่า “ผมเคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อนนะ ผมจะส่งผู้เชี่ยวชาญของเราไปช่วยทีมคุณทันที”

สองสัปดาห์ต่อมาชาร์ทของมาร์คกลายเป็นสีเหลือง และกลายสีเขียวในอีกสัปดาห์ถัดมา หลังจากนั้นคุณ Mullaly ได้เห็นอะไรรู้มั้ยคะ? มันคือชาร์ทสีรุ้งจากทุกคน มาทุกสี ไม่มีสีเขียวและตัวเลขสวยงามอีกต่อไป และเขาก็ได้เจอว่าทำไมบริษัทกำลังขาดทุน $17 billion

ในทีแรกทุกคนคงกลัวผู้นำคนใหม่ แต่พอรู้แล้วว่าชาร์ทสีแดงไม่ได้ถูกไล่ออก ทำให้ทุกคนกล้าพูดความจริงและร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา (แอบสงสัยนะว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเจออะไรมาถึงไม่กล้าพูดความจริงกัน ฮ่าๆ) เหล่าผู้นำเปลี่ยนจาก Inward เป็น Outward เป็นคีย์สำคัญที่ทำให้ Ford พลิกจากบริษัทที่กำลังขาดทุนมาเป็นทำกำไรได้มากที่สุดในรอบทรรศวรรษ


การปรับให้เราเป็นคน Outward Mindset ไม่ใช่สิ่งที่ดีดนิ้วปุ๊ปปั๊บจะเปลี่ยนได้ทันทีเหมือนหุ่นยนต์ ใช้เวลาฝึกไปวันละนิด แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้แน่นอนค่ะ 😊

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *