รีวิวหนัง,  ไลฟ์สไตล์

[รีวิวหนัง] Once Upon A Time In Hollywood มาสเตอร์พีซเรื่องที่ 9 ของเควนติน ทารันติโน

5
(3)

มาย้อนเวลากลับไปสู่ฮอลลีวู้ดในปี 1969 ด้วยกันในภาพยนตร์เรื่อง Once Upon A Time In Hollywood (2019) ฮอลลีวู้ดเป็นเมืองแห่งความบันเทิง มีโรงถ่ายภาพยนตร์อยู่มากมาย ที่นั้นจึงเต็มไปด้วยดารา นักร้อง ผู้กำกับ เซเลปชื่อดังอาศัยอยู่ มาตั้งแต่ 1900s แต่แล้วในปี 1969 ก็ได้เกิดเรื่องเขย่าขวัญสะเทือนไปทั้งเนินเขาฮอลลีวู้ด

ตัวอย่างหนัง

ตัวอย่างหนัง ONCE UPON A TIME IN HOLLYWOOD – Official Trailer (HD)

เรื่องย่อ

Leonardo Once_Upon_a_Time_in_Hollywood

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเมื่อปี 1969 ณ ฮอลลีวู้ด มีนักแสดงหนุ่มวัยกลางคน ‘ริค ดาลตัน’ (ลีโอนาโด ดิคาปริโอ) อดีตพระเอกหนังบู๊ดาวรุ่งจากซีรีส์ดัง Bounty Law ต้องถึงคราวตกอับมารับบทผู้ร้าย เป็นตัวประกอบหนัง เพื่อเป็นฐานให้พระเอกรุ่นน้องหน้าใหม่เหยียบเขาขึ้นไป 

brad pitt once upon a time in hollywood

มีสตันท์แมน คลิฟฟ์ บูธ (แบรด พิธ) ที่ทำหน้าจิปาถะทั้งเป็นคนขับรถ คนซ่อมทีวี คนจ่ายตลาด และเป็นเพื่อนซี้เพียงคนเดียวของริค ที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจเขาที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง เขามีอดีตอันดำมืดที่ทำให้ผู้คนรังเกียจ

margot-robbie-once-hollywood

และยังมีชารอน เทต (มาโก้ ร็อบบี้) นักแสดงสาวที่กำลังรุ่ง ภรรยาของผู้กำกับชื่อดังแห่งยุคคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่บ้านข้างๆ ของริค นี้เป็นเรื่องราวธรรมดาที่นำไปสู่เหตุการณ์สะเทือนขวัญไปทั้งวงการฮอลลีวู้ดของอดีตพระเอกดาวรุ่งที่กำลังตกอับ กับสตันท์แมนคู่ใจของเขา และนักแสดงสาวเพื่อนบ้านคนสวย

Cookie’s Review

🎥 IMDb: 8.0/10

🍅 Rotten Tomatoes: 85%

🍪 Cookie’s Score: 11/10

ฮอลลีวู้ดที่ไม่ธรรมดาของเควนติน

หนังอัดแน่นไปด้วยเอกลักษณ์ของเควนตินสไตล์ ที่เห็นชัดอันหนึ่งคือ บทสนทนาอันยาวยืดของตัวละคร มีเนื้อ 10% ที่เหลือน้ำล้วนๆ ทำให้หนังยาวเกือบสามชั่วโมง อย่างในตัวอย่างหนัง ฉากที่ชวอร์ตซ์ (อัล ปาชิโน่) คุยกับริคในบาร์ ใจความสำคัญคือ ชวอร์ตซ์ถูกใจการแสดงของริคและอยากชวนเขามาเล่นหนังคาวบอยอิตาลี ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที แต่ฉากนั้นฉากเดียวก็ปาไปกว่า 10 นาทีแล้ว ซึ่งรายละเอียดเล็กน้อยในบทสนทนาเหล่านี้แหละ ที่ทำให้หนังสมจริงจนเราอินกับเนื้อเรื่องมากขึ้น

ดำเนินเนื้อเรื่องเรื่อยเปื่อยสโลว์ไลฟ์เหมือนคนดูมีเวลาว่างมากเช่นเคย หนังตัดสลับไปมาระหว่างชีวิตประจำวันแสนธรรมดาของริค ของคลิฟฟ์ และของชารอนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องธรรมดากว่าแต่กลับสนุก ชวนติดตามมากกว่า The Hateful Eight (2015) อีก 

leonardo d'caprio once upon a time in hollywood

ให้ออสการ์นักแสดงนำชายลีโออีกอันได้ไหม?

สิ่งที่ทำให้หนังสนุกได้ขนาดนี้คือ การได้เห็นซิคแพคล้ำๆ ของลุงแบรด 😎 ความเซ็กซี่ขี้เล่นของมาโก้ หรือฮาร์เลย์ ควินคนสวย และสุดยอดการแสดงของเจ้าของออสการ์นักแสดงนำชายปี 2016 ลุงลีโอของเรานี้เอง 

ในเรื่องนี้ลีโอแสดงเป็นนักแสดงตกอับที่พยายามฟื้นกลับมาเป็นดาวรุ่งอีกครั้ง ทำให้เราได้เห็นการแสดงในการแสดงหลายบทบาทของลีโอ ดูมิติ ล้ำลึกมาก คิดว่าชนะออสการ์ไปแล้วจะนิ่งนอนใจแล้ว ก็ลุงเล่นหายไปนานถึง 4 ปีนับจาก The Revenant (2015) แต่เรารู้สึกว่ากลับมาคราวนี้ ลีโอแสดงได้สุดยอดกว่าเดิมอีก

อย่าเพิ่งรีบลุกนะ ตอนจบโคตรมันส์!

สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนหนังเควนติน ไม่ชอบการดำเนินเรื่องสโลว์ไลฟ์ของเฮียแก อาจจะเบื่อ ผล็อยหลับ หรือลุกหนีออกไปก่อนหนังจบได้ รอบที่เราดูก็มีเดินออกไปก่อน บอกเลยว่าพลาดมาก! ตอนจบมันส์สะใจกว่าหนังแอคชั่นหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะ Hobb & Shaw หลายสิบเท่า (ที่เปรียบกับเรื่องนี้เพราะเป็นแอคชั่นเรื่องล่าสุดที่ไปดูมา ฮ่าๆ) 

สไตล์ของเควนตินคือดำเนินเรื่องแบบแฟลต ราบเรียบ แล้วมีพีครวมกันตอนสุดท้าย เหมือนเส้นด้ายชีวิตของแต่ละคนที่อยู่คนละเส้นทาง แล้วมาผูกขมวดเป็นปม จนเกิดเรื่องวุ่นวายในตอนจบ ตอนจบทำได้สุดมาก แล้วจะรู้เลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงต้องชื่อว่า Once Upon A Time In Hollywood และจะเป็นชื่ออื่นไปไม่ได้เลย


มาดูจุดเริ่มต้นของ Hollywood เมืองแห่งความบันเทิงกัน!

ใครจะไปคิดว่าจุดเริ่มต้นของเมืองแห่งความบันเทิงนี้ เป็นอิทธิพลมาจากนักประดิษฐ์ชื่อดัง Thomas Edison ผู้ประดิษฐ์และจดสิทธิบัตร Kenetograph และ Kinetoscope เครื่องถ่ายและเครื่องฉายภาพยนตร์อันแรกของโลก

คุณคิดว่าทำไมฮอลลีวู้ดถึงเกิดมาจากเอดิสัน? เขามาสร้างโรงถ่ายหนังที่นี่หรือ? เปล่าเลย! เขาไล่ฟ้องนักทำหนังตางหาก เนื่องจากสิทธิบัตรเครื่องมือถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนใหญ่เป็นของบริษัท Motion Picture Patents Company ของเอดิสันแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตั้งอยู่ที่ New Jersey

นักทำหนังอิสระหลายคนจึงอพยพจาก New Jersey (ตะวันออกสุด) มายัง Los Angeles (ตะวันตกสุดของอเมริกา) หนีอิทธิพลของเอดิสันข้ามประเทศกันเลย และหากพวกเอดิสันตามมา เหล่านักทำหนังก็สามารถหนีข้ามพรมแดนไปเม็กซิโกได้ง่ายด้วย 

หนึ่งในผู้อพยพคือบริษัททำหนัง The Biograph Company ระหว่างที่พวกเขากำลังถ่ายทำภาพยนตร์อยู่ ก็บังเอิญได้มาพบดินแดนมหัศจรรย์แห่งการสร้างโลกแห่งภาพยนต์ คือเนินเขา Hollywood นั้นเอง และตั้งแต่นั้นมาฮอลลีวู้ดก็ไม่เคยหลับใหล เหล่านักทำหนัง ดารา เซเลป นักลงทุนทั้งหลายย้ายมาอยู่ที่นี้ ถ่ายหนังกันทั้งวัน ปาร์ตี้กันตลอดคืน 

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *