เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
ท่องโลก

ตะลุยเกาะมิยาจิม่า (Miyajima Island) นั่งกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขาเข้าป่ามิเซน

5
(1)
บันทึกเดินทาง: ท่องญี่ปุ่นตะวันตกคนเดียว 7 วัน 9 เมือง

เมืองที่ 2 เกาะมิยาจิม่า (Miyajima Isaland)

วันที่: 6 ธันวาคม 2019 | อากาศ: 7-11 องศา เมฆเยอะ แดดไม่ร้อน | ค่าใช้จ่าย: 2,480 Yen – กระเช้าลอยฟ้าไป-กลับ (1,840 Yen), ค่ากิน (650 Yen), ค่ารถไฟ + เฟอร์รี่ (ฟรี ใช้ JR Pass)

วันนี้เป็นวันที่ต้องวิ่งวุ่นแต่เช้า เราตื่นมาในเมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ยังไม่ทันได้บอกอรุณสวัสดิ์เพื่อนร่วมห้อง ก็ต้องรีบเก็บข้าวของและวิ่งไปสถานีรถไฟฮากาตะซะแล้ว เพราะดันตื่นสายซะนี่ อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกไว้หกโมงเช้า ตั้งหน้าตั้งรอที่จะไปปั่นจักรยานเล่นที่เมืองยามากุจิ แต่ดันละเมอคิดว่าเป็นวันทำงาน เลยหลับต่อรอเก้าโมงค่อยตื่น เลยอดแวะดูโบสถ์ สนามเด็กเล่นที่ยามากุจิเลย

ถึงจะเสียดาย แต่นับเป็นโชคดีที่ได้มีเวลาเที่ยวเกาะมิยาจิม่ามากขึ้น เราเปิด HyperDia เว็บไซต์เช็คตารางรถไฟญี่ปุ่นเพื่อดูรถไฟเที่ยวต่อที่จะเดินทางจากสถานี Hakata ไปยังเกาะมิยาจิม่า เมื่อกรอกชื่อสถานีต้นทาง, สถานีปลายทาง, วันที่และเวลาเดินทาง ตารางรถไฟพร้อมราคาตั๋วหลากหลายขบวนก็ขึ้นมาให้เลือก อยากเที่ยวแล้วเลยเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดเลย วิธีเดินทางไปเกาะมิยาจิม่าต้องเปลี่ยนรถสามต่อ

  1. เมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ -> สถานีฮิโรชิม่า (Hiroshima) จังหวัดฮิโรชิม่า ด้วยชินคันเซ็น
  2. สถานีฮิโรชิม่า -> สถานีมิยามากุจิ (Miyamaguchi) ด้วยรถไฟท้องถิ่น JR
  3. สถานีมิยามากุจิ -> เกาะมิยาจิม่า (Miyajima Island) ด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก

เอาละ กำตั๋วให้พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย! ทั้งหมดนี้ใช้ Sanyo Sanin JR Pass 7 Days ใบเดียวเอาอยู่ทั้งทริปค่ะ ราคาประมาณ 5,300 บาท ผ่านได้หมดทุกขบวนยันเรือเฟอร์รี่ คุ้มมาก สะดวกด้วย เวลารีบๆ ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ แตะปุ๊บเข้าได้ปั๊บ ถ้าไม่ใช้ JR Pass แต่ซื้อตั๋วแยก แค่จากเมืองฮากาตะมาเกาะมิยาจิม่าเส้นทางเดียวก็ปาเกือบ 1,600 บาทแล้ว ดังนั้นถ้าใครเที่ยวมากกว่า 3 เมืองขึ้นไป ข้ามจังหวัดไกลๆ แนะนำ JR Pass คุ้มกว่าค่ะ

ระหว่างนั่งชินคันเซ็นไม่ค่อยได้เห็นวิวเท่าไหร่ เพราะทะลุผ่านอุโมงค์ผ่ากลางภูเขาซะส่วนมาก เลยนั่งดูโคนัน ตอนที่ 646 ทัวร์เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ในฮิโรชิม่า และมิยาจิม่าไปเพลินๆ กะว่าจะเที่ยวตามรอยโคนัน (แต่หวังว่าจะไม่เจอคดีฆาตรกรรมนะ!) เดี๋ยวมาดูกันว่าในการ์ตูนจะเหมือนของจริงมั้ย

มาถึงสถานีฮิโรชิม่าแล้ว วันพรุ่งนี้เรามีแพลนท่องเมืองฮิโรชิม่า 1 Day Trip แต่ตอนนี้ต้องต่อรถไฟไปตะลุยเกาะมิยาจิม่าก่อน มีหลายชานชาลาจนหลายตา ไม่ต้องกลัวหลงเลย เพราะมีป้ายบอกขบวนรถไฟ เวลา และชานชาลาภาษาอังกฤษครบ ถ้ากลัวผิดขบวนถามคนท้องถิ่นได้เลย ใจดีมากค่ะ เราแอบสะกิดถามน้องนักเรียนหญิงที่ยืนรอรถไฟอยู่ข้างหน้าว่า ‘Can this train go to Miyajimaguchi? (รถไฟขบวนนี้ไปมิยามากุจิได้มั้ยคะ?)’ น้องภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แต่ยิ้มแย้มพยายามพูดช้าๆ ว่า ‘มิ-ยา-มา-กุ-จิ โอเค’ พร้อมกับทำมือโอเคว่าไปได้ค่ะ!

เกาะมิยาจิม่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ป็อปปูล่าร์พอสมควร แต่รถไฟท้องถิ่นที่นั่งมาค่อนข้างโล่ง อาจะเพราะมีหลายเส้นทางให้เลือก ทั้งรถไฟ JR, รถไฟฟ้า Tram และรถบัสที่นั่งจากฮิโรชิม่ามาถึงสถานีมิยาจิมากุจิได้ คนเลยกระจายกันไป

มาถึงสถานีมิยามากุจิแล้ว ว้าว! เหมือนในโคนันเป๊ะ ขอชาบูอาจารย์โกโชและทีมงานเลย เก็บรายละเอียดทุกสเกล ตั้งแต่ป้ายสถานี รูปปั้นยันต้นไม้อะ นี้ขนาดโคนันตอนนี้ออกอากาศไปตั้งแต่ปี 2010 เกือบสิบปี แต่ต้นไม้ยังทรงเดียวกันเด๊ะ! ถนนโล่งมาก อากาศสดใสเหมาะกับการไปเดินเล่นบนเกาะ ตื่นเต้นแล้ว

เรารีบเดินย่ำตุ้บตั้บไปตามป้ายชี้ทางไปยังเรือเฟอร์รี่ของ JR เพื่อข้ามฟากไปยังเกาะมิยาจิม่า มีเพื่อนร่วมเดินทางกว่า 40 ชีวิต ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี จีน ไทย และญี่ปุ่น มีชาวฝรั่งโซนยุโรป อเมริกาเล็กน้อย หลังจากที่เมื่อวานไปเมืองเทพนิยายยูฟุอินแล้วไม่เจอชาวฝรั่งเลยแม้แต่คนเดียว

อากาศเริ่มเย็นลงจนยืนกินลมข้างนอกเรือไม่ไหว แต่ภาพคุณตาคุณยายชาวญี่ปุ่นจูงมือมาเดทกัน คุณตาเสียสละให้คุณยายได้นั่งที่เห็นวิวทะเลชัดที่สุดทำให้อบอุ่นใจโดยไม่ต้องใช้เตาผิง

สิ่งมีชีวิตแรกที่เจอเมื่อมาถึงเกาะมิยาจิม่า ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นท้องถิ่น หรือกุ้งหอยปูปลาทะเล แต่เป็นกวางน้อยที่โดดหย็องแหย็งอยู่ริมชายหาด มันโดดมาหานักท่องเที่ยวที่เพิ่งลงจากเรือ พลางดมฟุดฟิด หวังว่าจะมีคนพกขนมกวางเลียอร่อยๆ ติดมือมาฝากมันบ้างนะ

เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island

ออกมาจากสถานีก็เจอกับร้านขนม ของฝากเล็กๆ น่ารักเรียงรายกันตามถนน ทุกหน้าร้านจะมีกวางน้อยเดินเตาะแตะไปหานักท่องเที่ยวทุกคนที่กวักมือเรียกพวกมัน ภาพคุ้นๆ เหมือนน้องหมาจรจัดแถวบ้าน เพียงแต่กวางน้อยแบมบี้พวกนี้ไม่กระดิกหางให้หรอกนะ

เมื่อหลุดจากย่านถนนละลายทรัพย์ เงินหายวับไปกับทาโกะยากิ ซอฟต์ครีม ของฝากเรียบร้อยแล้ว ก็จะเจอกับเสาโทริอิเสาแรก จุดเริ่มต้นของการผ่านไปยังศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ ที่มีเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำทะเลสีฟ้า แลนด์มาร์กหลักของเกาะ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปก็เหมือนมาไม่ถึงเกาะนี้ แต่ขอโทษที ใครไปช่วงนี้ (ธันวาคม 2562) เขาปิดซ่อมบำรุงอยู่ค่า เห็นว่าอย่างน้อยก็จนถึงมิถุนายน 2563 เลย เช็คตารางซ่อมบำรุงมรดกแห่งชาติได้ที่นี่ค่ะ

ถึงจะอดดูของจริง ก็ยังดูศาลจำลองกับภาพในโคนันแทนไปก่อนนะ ซิกๆ แต่ไม่ต้องห่วง ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะมาก ที่เที่ยววันเดียวไม่หมดจริงๆ

เราไปถึงศาลเจ้าอิตสึกุชิมะในเวลาประมาณเที่ยง เป็นช่วงน้ำลงทำให้ไปเดินเล่นแตะทรายถ่ายรูปบริเวณชายหาดได้ ว่ากันว่าตอนกลางคืนที่ศาลเจ้านี้จะเปิดไฟ เปล่งประกายสีทองท่ามกลางความมืด จะเห็นวิวที่สวยมากเมื่อมองมาจากเรียวกัง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองพักที่นี่สักคืน แต่เห็นค่าที่พักที่คืนหนึ่งก็หลายพันบาทแล้ว รอมาหลายๆ คนดีกว่า

วัดไดกันจิ (Daiganji Temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ไม่มีบันทึกไว้ว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ว่ากันว่าวัดนี้ถูกบูรณะในปี 1201 ซึ่งก็กว่า 800 ปีมาแล้ว! ที่นี่มีพระพุทธรูปที่ถูกบันทึกว่าเป็นสมบัติแห่งชาติอยู่ถึง 4 รูป และหนึ่งในนั้นคือพระพุทธรูปยาคุชิ เนียวไร! ขอสารภาพว่าไม่สันทัดเรื่องศาสนา แต่ตื่นเต้นมาก เพราะคุ้นว่าชื่อพระองค์นี้ปรากฏอยู่ในโคนัน เดอะมูฟวี่ 7 คดีฆาตกรรมแห่งเมืองปริศนา

เดินผ่านอาคารสีแดงสดใสในภาพด้านบนไปอย่างงงๆ เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่มีป้ายภาษาอังกฤษติดไว้เลย พอลองเอาคำในโคนันไปแปลคือ พิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine Treasure Hall) ที่ฉันเดินวนหาอยู่นานมาก! อยากจะเข้าไปดูของญี่ปุ่นโบราณ แต่อดเลย เดินผ่านไปเฉยๆ ซะงั้น โถ่!

เซนโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้น (Senjokaku) อยู่ติดกับศาลเจ้าอิตสึกุชิมะเลยค่ะ เซนโจคาคุมีความหมายว่า ‘ศาลาเสื่อหนึ่งพันผืน’ เพราะที่นี่มีพื้นที่เท่ากับเสื่อทาทามิประมาณ 1,000 ผืนนั้นเอง

สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือวัดไหนเลย เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการที่จะได้นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นเขามิเซน ซึ่งตอนนั้นก็ปาไปเที่ยงกว่าแล้ว เราเดินต่อจากศาลเจ้าไปเกือบ 10 นาทีก็เจอกับ ‘จุดเริ่มต้นของการขึ้นเขามิเซน’ มาถึงจุดนี้เธอจะเลือกเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตแล้ว ว่าเธอจะไปทางขวาเพื่อเดินเข้าป่าใบไม้แดงโมมิดาจิไปตามเส้นทางปีนเขา (Walking Trail) ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงจะถึงยอดเขา หรือจะไปทางซ้าย นั่งรถบัส 10 นาทีถึงกระเช้าลอยฟ้าสถานีแรก และนั่งกระเช้าต่ออีก 15 นาทีถึงกลางยอดเขา

เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
V V
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island
เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island เกาะมิยาจิม่า Miyajima Island

ผู้หญิงที่มีต้นขาอันแข็งแรงอย่างเรา อยากจะเดินชมป่าไม้สวยๆ ร้องเพลงดิสนีย์ คุยกับสัตว์โลกน่ารักราวกับเป็นเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ เราไปยืนลังเลอยู่หน้าเส้นทางปีนเขาสักพัก เหม่อมองทางเข้าที่มีต้นไม้สีแดงยืนต้อนรับอย่างสดใส แต่มองลึกไปข้างในนี้มืดมิดชนิดที่ว่าหลุมดำเรียกน้อง เปรียบเทียบซะเว่อร์แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะ เพราะท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม พระอาทิตย์เริ่มอายเลยไปหลบอยู่หลังก้อนปุยนุ่นสีขาว หันหลังอย่างไม่ต้องคิด ปาดเหงื่อ เดินไปต่อแถวรอขึ้นรถบัสดีกว่า กระเช้าลอยฟ้าก็ไม่ได้หานั่งง่ายๆ ที่ไทยโนะ โฮะๆ

เราซื้อตั๋วไป-กลับ ราคา 1,840 Yen ค่ะ กระเช้าลอยฟ้ามี 3 สถานี ได้แก่ สถานีแรก Momijidani, สถานีกลาง Kayadani และสถานีปลายทาง Shishi-iwa ซึ่งเกือบถึงยอดเขามิเซนแล้ว แต่ยังไม่ถึงนะ จากสถานีแรกไปสถานีกลางเป็นกระเช้าขนาด 4 คน เนื่องจากมีคนมารอต่อคิวเยอะ เราจึงได้นั่งกับคนอื่น

คนที่เราได้นั่งด้วยเป็นคู่รักชาวไต้หวันที่มาฮันนีมูนกัน รู้สึกขัดเขินอยู่นิดๆ เพราะเราอยากจะเซลฟี่บนกระเช้า แต่เขากำลังกระหนุงกระหนิงเซลฟี่กันอยู่ เลยเสนอตัวไปว่า ‘Do you want to me to take a photo for you? (อยากให้ฉันถ่ายรูปใหม่มั้ยคะ?)’ ฝ่ายชายปฏิเสธมาอย่างนุ่มนวลว่า ‘No but thank you. And you?’ พร้อมเสนอเรากลับว่าถ่ายรูปให้มั้ย แต่แหม เขาปฏิเสธเรามา จะให้เขาถ่ายให้ก็เกรงใจเลยบอก ‘It’s okay’ พยายามยิ้มให้ฝ่ายหญิงจะได้ไม่ดูอะไรเยอะกับฝ่ายชาย ฮ่าๆ

สักพักเขาก็ชวนคุยว่ายูมาจากไหนหรอ พอรู้ว่ามาจากไทยแลนด์ก็โอ้เยเฮฮาเลย เพราะฝ่ายชายทำงานในบริษัทที่มีสาขาอยู่กรุงเทพฯ เลยบินมากรุงเทพฯ บ่อยๆ เขาถามว่า ‘ยูมาคนเดียวหรอ? เดี๋ยวนี้เห็นคนไทยเริ่มเที่ยวต่างประเทศกันเยอะมาก เศรษฐกิจดีน่าดู’ ดิฉันปาดเหงื่อยิ้มแห้งตอบว่า ‘Probably Probably’ ฮาาา เราก็เล่าว่า ‘ปีที่แล้วไอก็ไปไต้หวันมานะ ไปไทเป’ เขาก็บอก ‘โอ้ พวกเรามาจากไทเป’ นี้เลยยอต่อว่า ‘อาหารที่นั้นอร่อยดีนะ’ เขาก็ทำหน้าจริงหรอ เพราะเขามักจะทำอาหารมาฝากเพื่อนร่วมงานที่กรุงเทพฯ แล้วเพื่อนเขาจะบ่นเสมอว่าไม่ต้องซื้อมาฝากแล้วนะ ไม่อร่อย! แถมว่า ‘He is so proud in Thai food’ นี้เลยโมเมไปว่า ‘เพื่อนยูอาจจะชอบอาหารรสจัดก็ได้ ไอว่าอาหารไทเปอร่อยนะ แต่ไม่ค่อยสไปซี่อะ เลยอาจจืดไปสำหรับคนไทย’ เขาก็ถึงบางอ้อเลย ฝ่ายหญิงเลยพูดมาว่า ‘งั้นคราวหน้าเราลองทำซุป@%^#@ สไปซี่ไปให้เขาชิมดีกว่า’ (ฟังชื่อซุปไม่ออก) นี้ถ้าเพื่อนคนนั้นยังไม่ชอบอีก ไอจะรู้สึกผิดมากๆ ฮา

สุดท้ายก่อนลงกระเช้า เขาก็ให้ขนมเรามา เป็นเค้กไข่จากร้านที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน เขาว่าพวกเขามักจะพกขนมจากบ้านเกิดติดตัวเวลาไปต่างบ้านต่างเมือง เพื่อเอาให้คนที่ใจดีกับเขา โอ้ย น่ารักมาก เอามือทาบอกด้วยความปลื้มปริ่มและแอบเสียดาย เพราะเราเองก็เอากระเป๋าใบเล็กลายช้างไทยติดตัวไปสองใบ เพื่อให้เป็นของขวัญคนที่ใจดีกับเรา ซึ่งให้ไปครบสองคนตั้งแต่วันแรกที่ไปญี่ปุ่นแล้ว เจอคนใจดีเยอะมากตั้งแต่วันแรก เลยอดให้พวกเขาเลย

ถึงสถานีบนสุดแล้ว! แต่ยังไม่ใช่ Top of the Mount Misen นะ ต้องเดินต่อไปอีกเกือบ 30 นาทีจะถึงยอดเขามิเซนค่ะ ระหว่างทางก็ชมป่าไม้เขียวขจี ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มผลัดใบเกือบหมดแล้ว เส้นทางเดินขึ้นเขาทำไว้อย่างดี เดินได้สบายๆ เราเดินสวนกับคุณตาคุณยายที่ใช้ไม้เท้าช่วยเดินลงมาอย่างยิ้มแย้ม ในขณะที่เราดมพิมเสน ปาดเหงื่ออย่างเขินอาย ขอบคุณอากาศที่หนาวเย็นทำให้เสื้อผ้าที่ต้องใส่ซ้ำไปอีกหลายวันไม่ต้องชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เมื่อมองไปทางซ้ายมือจะเห็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของทะเลเซโตะ เราต้องหยิบพิมเสนมาดมอีกครั้งเพราะวิงเวียง ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะความชันเขาเกือบ 70 องศา ความสูงหลายร้อยเมตรแบบนี้ ไม่ดีต่อใจคนกลัวความสูงเลย กลิ้งลงไปทีคงไม่ดีใจแน่นอน

หลังจากเดินฟังเสียงตัวเองเหนื่อยหอบเกือบ 20 นาที ก็มาถึงเช็คมาร์คแรก ‘อาคารเรคะโดะ (Reikado Hall)’ หรือถูกขนานนามว่าอาคารแห่งเปลวไฟนิรันดร์ ว่ากันว่าท่านโคโบะไดชิ (Kobo Daishi) ผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายมหายานในญี่ปุ่น ได้จุดเทียนไว้ครั้นมาฝึกตนและสวดภาวนาที่เขามิเซนแห่งนี้ หลังจากนั้นเปลวไฟที่นี่ก็ถูกจุดต่อเนื่องเรื่อยมากว่า 1,200 ปีแล้ว

และเรื่องนี้ก็เป็นจุดกำเนิดของเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของมรดกโลกมิยาจิม่าแห่งนี้ค่ะ ตามที่เล่าไว้ในโคนันว่า สิ่งแรกคือ ‘ไฟนิรันดร์’ ที่ท่านโคโบะฝึกตนจนทำให้ไฟติดยาวนานหลายพันปี อย่างที่บอกไป ต่อมาคือ ‘คถาแห่งต้นบ๊วย’ เมื่อท่านโคโบะจากไปก็ทิ้งคถาไว้ที่ต้นบ๊วยจนรากเติบโตขึ้น อย่างที่สามคือ ‘ศิลาไหลวน’ คือน้ำที่ไหลผ่านก้อนศิลา และมีการแกะสลักพระคัมภีร์บนหินเรียกว่า ‘ศิลามันดาลา’ อย่างที่ห้าคือ ‘กรับแห่งบทสวด’ คือการปรบมือเรียกภูติผีบนเขามิเซน (ตอนปีนถึงยอด อย่าเผลอปรบมือดีใจล่ะ) ต่อมาคือน้ำค้างที่หยดมาจากต้นซากุระ แม้ในวันแดดออกจึงถูกเรียกว่า ‘ซากุระพิรุณ’ สุดท้ายคือ ‘ไฟมังกรซีด้า’ ลูกไฟลึกลับที่ปรากฏรอบเกาะมิยาจิม่า

หลังจากไหว้พระ พักเหนื่อย ก็พร้อมจะออกเดินทางต่อแล้ว! เดินต่ออีกเพียง 10 นาทีก็ถึงยอดเขามิเซนค่ะ บนยอดเขาเป็นลานหินทรายให้กว้างมาก กลิ้งๆ ชมวิวได้ 360 องศาเลย ความว้าวไม่ใช่วิวทิวทัศน์ แต่ว้าวที่เราขึ้นมาได้ไง อยากจะทำท่าแบบลูกเสือแล้วตะโกนว่า ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ!

กลับมาถึงสถานีที่สามของกระเช้าลอยฟ้า ทีแรกตั้งใจว่าจะเดินลงเขาเอง แต่เกือบสี่โมงเย็นแล้ว ถ้าลงเขาหลังจากพระอาทิตย์ตกของจะกลัวน่าดู กลับกระเช้าดีกว่า สิ่งที่ช่วยชีวิตเราไว้คือน้ำเลมอนขวดนี้ ราคา 150 Yen จากตู้กดน้ำ สดชื่น เพิ่มพลังกลับมาในขวดเดียวเลย

ใครที่มาคนเดียวไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายแล้วไม่มีใครตามหา เพราะเขามีเครื่องนับจำนวนคนด้วย คอยนับจำนวนคนที่ผ่านขึ้นเขาไปและกลับลงมา ปักเรียงรายไว้ตามทางยาวๆ เลยค่ะ

กว่าเราจะกลับมาถึงข้างล่างก็สี่โมงกว่าแล้ว อีกถึงชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะลาลับขอบฟ้า ร้านรวงเลยเริ่มทยอยปิด น่าเสียดายที่มาไม่ทัน Miyajima Aquarium เห็นว่ามีโชว์แมวน้ำอุ๋งๆ ด้วย เราเลยเดินเล่นต่ออีกสักแปปก็ลงเรือกลับเกาะใหญ่ โบกมือบ๊ายบายตำนานเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งเขามิเซน ลาก่อนนะเจ้ากวางน้อย

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *