รีวิวหนัง,  ไลฟ์สไตล์

[รีวิวหนัง] Maleficent: Mistress of Evil แม่กลับมาร้ายกว่าเดิม!

5
(3)
รีวิวหนัง

Maleficent: Mistress of Evil

คะแนนหนัง 🎥 IMDb: 7.0 | 🍅 Rotten tomatoes: 43% | 🍪 Cookie’s score: 7.0 | กำกับโดย Joachim Rønning | เปิดฉากสงครามระหว่างมนุษย์และอมนุษย์ ภาคนี้แม่มาลิฟิเซนต์กลับมาสวยแซ่บแถมร้ายกว่าเดิมเยอะ!

Maleficent: Mistress of Evil

ยังจำได้ว่าในบรรดาการ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ทั้งหมด Sleeping Beauty เจ้าหญิงนิทรา เป็นการ์ตูนที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับเรา แหม ก็การ์ตูนตั้งแต่ปี 1959 เนื้อเรื่องมันเลยจืดชืดไปหน่อยสำหรับเด็กสาวยุค 90s อย่างเรา 😏

Maleficent: Mistress of Evil

แต่ในฐานะแฟนเกิร์ลของคุณแม่แองโจกับน้องแอลนุ่มนิ่ม ก็จะต้องไม่พลาดไปดู Maleficent หรือเจ้าหญิงนิทราในเวอร์ชั่นคนแสดง ซึ่ง Maleficent (2014) ภาคแรกที่ออกมา ถือว่าดิสนีย์ใจกล้ามากที่เปลี่ยนตัวเอกในการดำเนินเรื่องจากเจ้าหญิงออโรร่า มาเป็นตัวร้ายอย่างมาเลฟิเซนต์ (ดูการ์ตูนเจ้าหญิงนิทรามาก็หลายรอบ เพิ่งรู้นี้แหละว่านางแม่มดมีชื่อด้วย!)

Maleficent: Mistress of Evil

พอแม่มาลีเป็นตัวเอกปุ๊บ เนื้อเรื่องก็มีความแซ่บขึ้นทันที เข้ากับยุคสมัยที่ใครๆ ก็ชอบผู้หญิงร้ายๆ ยิ่งได้คุณแม่ Angelina Jolie มาแสดง ยิ่งการันตีความแซ่บในหนังเจ้าหญิงใสๆ ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์ได้เลยว่ากาลเวลาทำอะไรคุณแม่แองโจไม่ได้จริงๆ ยิ่งแก่ยิ่งแซ่บยิ่งสวยค่ะ

Maleficent: Mistress of Evil

โทนหนัง เนื้อเรื่องยังคงความน่ารัก สดใส ละมุนตามสไตล์ดิสนีย์ โดยได้น้องแอล Elle Fanning ที่ลุคเพอร์เฟคพรินเซสมาแสดงเป็นเจ้าหญิงออโรร่า ผู้อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เจ้าหญิงของเราก็ถูกปรับให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบันเหมือนกัน นางไม่ได้ร้องเพลง โดนเข็มจิ้มงงๆ ในดงป่าไปวันๆ หรอกนะ นางมีความสตรองขึ้นเยอะ

Maleficent: Mistress of Evil

ไม่ต้องสงสัยว่านี้เป็นการตัดสินที่ถูกต้องของดิสนีย์ เพราะถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับ จนมีภาคต่ออย่าง Maleficent: Mistress of Evil (2019) มาให้เราชมกันในวันนี้

Maleficent: Mistress of Evil

ในตอนจบของภาคแรก ‘มาลิฟิเซนต์’ กับลูกทูนหัวสุดที่รัก ‘ราชินีออโรร่า’ ปกครองอาณาจักรมัวร์ส ที่ซึ่งเหล่าภูตินางฟ้าอาศัยอยู่ในธรรมชาติอย่างมีความสุข ทุกอย่างเหมือนจะ Happily Ever After

Maleficent: Mistress of Evil

ทว่าความสงบสุขก็ได้หายไปเมื่อเจ้าชายฟิลิป (Harris Dickinson) ขอออโรร่าแต่งงาน ออโรร่าตอบตกลงทันทีและหวังว่าความรักของทั้งคู่จะเป็นตัวประสานรอยร้าวระหว่างอาณาจักรมัวร์สแห่งภูตินางฟ้า และอาณาจักรมนุษย์เข้าด้วยกัน

Maleficent: Mistress of Evil

แต่ราชินีอิงกริธ (Michelle Pfeiffer) แม่ของเจ้าชายฟิลิปมีแผนการร้ายเบื้องหลังการแต่งงาน โดยตั้งใจจะก่อสงคราม เพื่อกำจัดอมนุษย์อย่างภูตินางฟ้าและเฟย์ (เผ่าพันธุ์ของมาลีฟิเซนต์) ไปให้สิ้นซากจากโลกนี้

Maleficent: Mistress of Evil

ราชินีออโรร่าต้องเลือกระหว่างแม่ทูนหัวที่ถูกมองว่าเป็นปีศาจ กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของตัวเอง ไม่ต้องดูตัวอย่างก็รู้ว่านางเลือกฝ่ายไหน (เจ้าหญิงดิสนีย์ตัวจริง เรื่องความรักต้องมาเหนือทุกอย่างนะ)

Maleficent: Mistress of Evil

ความดีงามของเรื่องนี้คือฉากสงครามของสองเผ่าพันธุ์ มันเดือดมากแก! แบบไม่น่าเชื่อว่านี้คือฉากสงครามในหนังเจ้าหญิงดิสนีย์ เป็น Avengers: Infinity War สนามย่อยๆ เลยอะ บทดราม่าอย่างดี ดูแล้วอิน สะเทือนใจ น้ำตาคลอจริงจัง

สรุปให้สามคำ มันส์-เดือด-มาก! ประทับใจฉากต่อสู้ ตอนจบสวยงาม อบอุ่นหัวใจ 💙 ใครยังลังเล แปะตัวอย่างหนังให้ดูอีกรอบหนึ่ง

Official Trailer: Disney’s Maleficent: Mistress of Evil

สุดท้ายนี้ ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่มาจากการ์ตูนเจ้าหญิงกิ๊กก็อกอย่าง Maleficent จะทำให้เรานึกถึงโลกปัจจุบัน ที่คนทำลายสมดุลของธรรมชาติ และตอนนี้ธรรมชาติย้อนกลับมาทำร้ายคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เหมือนกับการต่อสู้ของมนุษย์กับพวกเฟย์ในหนัง

หวังว่าสักวันคนกับธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมดุลยั่งยืนได้เหมือนตอนจบใน Maleficent ถึงจะเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือใช้เวลานานทั้งชีวิตของคนๆ หนึ่งก็ตาม แต่เราเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและเพื่อนร่วมโลก สันติและสมดุลจะเกิดขึ้นแน่นอน

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *