รีวิวหนัง,  ไลฟ์สไตล์

[รีวิวหนัง] ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

5
(3)
#โรงหนังหมื่นราตรี เรื่องที่ 12

ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

กำกับโดย: เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ | เริ่มต้นจากการจัดบ้าน จบลงด้วยการจัดการความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ดูจบแล้วทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าอะไรควรเก็บ อะไรควรทิ้ง และทิ้งอย่างไรให้เรื่องราวสวยงาม

ช่วงสิ้นปีของทุกปี เรารู้สึกเหมือนเป็น ‘จีน’ (ออกแบบ ชุติมณฑน์) ในหนังฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (Happy Old Year) อยากจะกำจัดของเก่า เพื่อพร้อมรับสิ่งใหม่ที่จะมาในปีใหม่ แต่บางอย่างถึงจะทิ้งลงถุงดำไป สุดท้ายก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น กลับรู้สึกแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

‘จีน’ สาวหมวยที่เพิ่งกลับมาบ้านครั้งแรกหลังจากไปอยู่สวีเดนมาหลายปี ได้ติดชีวิตที่เรียบง่ายดีไซน์มินิมอลมาจากที่นั้น เธอจึงวางแผนที่จะเปลี่ยนบ้านตึกแถวสุดแม็กซิมอลให้กลายเป็นมินิมอลตามที่เธอชอบ

“การเปลี่ยนแปลงบ้านใหม่มันง่าย แต่เปลี่ยนใจคนในบ้านน่ะสิยาก”

บ้านของจีนเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของแห่งความทรงจำของคนในครอบครัว ทั้งสมุดพกสมัยอนุบาล แผ่นเสียงของเพื่อนเก่า ผ้าพันคอไหมพรมที่จีนถักให้ ‘เจ’ พี่ชาย เปียโนที่ไม่มีใครเล่นแล้วของพ่อ เธอควรจะทิ้งอะไรบ้าง?

จีนสามารถกล่อม ‘เจ’ (ถิรวัฒน์ โงสว่าง) พี่ชายให้เห็นด้วยกับแผนการเปลี่ยนบ้านที่ไม่แทบไม่มีทางเดินให้กลายเป็นบ้านที่แทบไม่มีอะไรให้โจรขโมยได้ แต่มันไม่ง่ายกับ ‘แม่’ (อาภาศิริ นิติพน) ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงและอยากอยู่กับสิ่งของที่ช่วยให้นึกถึงวันวานแห่งความสุข

การจะโละบ้านของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองอีกต่อไป นอกจากครอบครัวยังมีเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันอย่าง ‘พิ้งค์’ (พัดชา กิจชัยเจริญ) ที่เห็นว่าจีนทิ้งแผ่นซีดีที่ตัวเองให้เป็นของขวัญอย่างไม่ไยดี เหมือนเป็นการทิ้งความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันลงถุงดำไปด้วย

“ถุงดำก็เหมือนหลุมดำ เวลาทิ้งก็หายไปเลย มองไม่เห็นก็จำไม่ได้แล้ว โคตรง่าย”

แต่สุดท้ายมันก็ไม่ง่ายเหมือนคำพูด เมื่อจีนมาเจอกับสิ่งที่เธอเคยทิ้งไปครั้งหนึ่งคือ ‘พี่เอ็ม’ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนเก่าที่เคยถูกจีนโยนทิ้งราวกับของเล่นที่เล่นจนเบื่อแล้วลงกล่องและไม่เคยเปิดดูอีกเลย จีนหายตัวไปไม่เคยติดต่อกลับมา จนกระทั่งจีนกลับมาเพื่อทิ้งอีกครั้ง แต่ไม่ใช่สิ่งของหรือคนอื่น แต่ทิ้งสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจตัวเองออกไป

‘ฮาวทูทิ้ง’ ของพี่เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นำเสนอในเรื่องเรียบง่าย ที่ใครๆ ก็คงเคยเผชิญเหตุการณ์ที่ต้องเลือกทิ้ง หรือเลือกเก็บแบบนี้สักครั้งในชีวิต แต่มันอึดอัดใจมาก อินจนน้ำตาไหลตั้งแต่กลางเรื่องยันตอนจบ เหมือนได้เห็นตัวเองซ้อนทับอยู่กับจีน ภาพของผู้หญิงที่ไม่ชอบความซับซ้อนยุ่งยาก รับมือเรื่องความสัมพันธ์ของคนไม่เก่ง เลยเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดโดยการทิ้งแบบไม่บอกกล่าว เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากที่จะตามมา และหวังว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งนั้นจะแค่ลืมๆ มันไป

“เราก็ขอโทษเธอไปแล้วไง”

คำพูดนี้มันจี๊ดใจ เราเองก็เป็นคนที่เคยพูดขอโทษเพื่อจบเรื่อง แต่กลับทำให้เรื่องแย่กว่าเดิม เพราะไม่รู้เลยว่าเราส่งต่อความอึดอัดใจให้คนอื่นในคำสั้นๆ ว่า ‘ขอโทษ’ เพื่อแลกกับความสบายใจของตัวเอง พอได้เห็นการกระทำของจีนเหมือนได้เห็นภาพสะท้อนแล้วรู้สึกว่าโคตรเห็นแก่ตัวเลยว่ะ ที่จริงก็รู้อยู่ลึกๆ ว่ามันเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว แต่ก็ยังทำเพื่อให้ตัวเองรู้สึกโล่งอก

จีนก็คล้ายกับซัมเมอร์ในเรื่อง 500 Days of Summer (2009)

จีนรู้สึกว่าเอ็มไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เธอจึงเลือกที่จะ ‘ทิ้ง’ เขาไปด้วยเหตุผลนั้น ทำให้นึกถึงซัมเมอร์ในเรื่อง 500 Days of Summer (2009) ต้นตำรับหนังรักสำหรับคนอยากทิ้งเมื่อสิบปีที่แล้ว ซัมเมอร์ก็รู้สึกว่าทอมไม่ใช่สำหรับเธออีกต่อไป เธอจึง ‘ทิ้ง’ เขาไป แต่สิ่งซัมเมอร์ดีกว่าจีนคือการบอกกับทอมตรงๆ แม้ทอมจะเจ็บปวดมาก แต่เวลาก็ช่วยเยียวยาให้เขาเข้าใจเหตุผลของซัมเมอร์ และมูฟออนได้อย่างแท้จริง ต่างกับจีนที่หายไป ทิ้งเอ็มไว้โดยไม่มีวันได้รู้เหตุผล ทำให้เอ็มมูฟออนแบบหลอกตัวเองและคนข้างๆ

“แค่ยอมรับว่าเราเห็นแก่ตัวก็ไม่เห็นเป็นอะไร ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น ทุกคนย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเสมอ”

สุดท้ายเอ็มก็ทำตามคำพูดของจีนโดยการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง นั้นทำให้จีนหัวเสียมากเพราะเธอคิดว่าเอ็มเลือกผิดและกำลังเห็นแก่ตัว แต่คำพูดของเอ็มก็เหมือนเป็นการให้อภัยจีน ‘เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง’ เอ็มชัดเจนในสิ่งที่เลือก กล้าพูดออกมาตรงๆ หากตอนนั้นจีนกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเอ็มว่าเขาไม่ใช่สำหรับเธออีกต่อไปแล้ว เรื่องคงจะไม่น่าเศร้าและเจ็บปวดถึงขนาดนี้ ไม่ใช่แค่สองคนแต่รวมไปถึงคนรอบข้าง

“สิ่งพิมพ์ตายแล้ว (ทิ้ง) ยุคนี้ต้องฟัง Spotify (ทิ้ง) มือถือปุ่มกดวัยหวานสุดๆ (ทิ้ง)”

การเปลี่ยนแปลงของเจนเนอเรชั่น – ของเก่าเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วกำลังค่อยๆ หายทีละนิด และมีสิ่งใหม่เข้ามาแทนที่เสมอ จากวิดีโอเป็นแผ่นซีดี จากซีดีเป็นดีวีดี จากดีวีดีก็มาถึงยุคของไลฟ์สตรีม (livestream) จีนไม่ได้ทิ้งเพียงสิ่งของ แต่ยังทิ้งเจนเนอเรชั่นเก่าๆ และกำลังจะแทนที่ด้วยสไตล์โมเดิร์นอย่างมินิมอล

ในทีแรกเราก็เคลิ้มไปกับจีนนะ พยักหน้าเห็นด้วยว่าเราต้องปรับตัวให้ทันกับโลกยุคใหม่ แม้ว่าเราจะชอบสิ่งพิมพ์ อ่านนิตยสาร อ่านหนังสือเป็นเล่มมากกว่าการอ่านอีบุ๊คก็ตาม เมื่อนึกภาพหนังสือในบ้านที่หายไป คงจะช่วยลดต้นไม้ที่ถูกตัดมาทำกระดาษได้มากโขเลย แต่ก็อย่างที่เอ็มกล่าว ‘เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกทิ้ง เลือกเก็บสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองไว้’ แม้ว่าสิ่งที่ใช่สำหรับเรา จะไม่ใช่สำหรับอีกฝ่ายอีกต่อไป เราเป็นคนที่กำหนดเองว่าจะทิ้งหรือเก็บมัน

ตัวละครที่โผล่มาเงียบๆ แต่เราชอบคือ “นักสะสมของเก่า” ที่บังเอิญมาเจอของเก่าที่จีนกำลังจะส่งคืนเพื่อน เขาสนใจและขอซื้อเก็บไว้เอง มันทำให้เรารู้สึกว่ามันโอเคนะ ที่จะเก็บของเก่าที่เราชอบไว้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแล้ว ตราบใดที่เราชอบมัน มันทำให้เรามีความสุขและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่เห็นต้องทิ้งมันเลย

สุดท้ายขอขอบคุณพี่เต๋อ นวพล สำหรับหนังดีๆ ที่เหมือนจะเรียบง่าย แต่ทำให้ต้องกลับมาคิดหนักมาก ต่อไปพอจะทิ้งหรือเก็บอะไรคงจะนึกถึงเรื่องนี้ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไร ไม่ให้เหลือเธอ” ได้มาอยู่ในลิสต์หนังที่ต้องดูก่อนจัดบ้านทุกสิ้นปีของเราแล้ว

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *