รีวิวหนังสือ even happier 01
สรุปหนังสือ,  ไลฟ์สไตล์

[สรุปหนังสือ] คู่มือเพิ่มความสุขจากชั้นเรียนฮาร์วาร์ด

5
(3)

ใครว่าความสุขหาจากในตำราไม่ได้! Even Happier เป็นหนังสือที่เขียนโดยดอกเตอร์ Tal Ben-Shahar อาจารย์สอนวิชาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น (Happier) ☺️ ที่ป็อบปูล่าร์ที่สุดในประวัติศาสตร์ Harvard University

มีหนังสือ 2 เล่มด้วยกัน เล่มแรกชื่อว่า Happier (วิชาความสุขที่มีสอนแค่ในฮาร์วาร์ด) ― กี้ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ แต่เท่าที่เห็นจะเป็นทฤษฎี + เรื่องเล่าประกอบ ส่วนเล่มที่สองคือ Even Happier (คู่มือเพิ่มความสุขจากชั้นเรียนฮาร์วาร์ด) ― เป็นเล่มที่จะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ค่ะ จะเน้นปฏิบัติ ลงมือทำจริง ประกอบด้วย 52 บท 52 แบบฝึกหัด สำหรับ 52 สัปดาห์ (ครบ 1 ปีพอดี)

แต่ละบทจะประกอบด้วยหลักจิตวิทยาและเรื่องเล่าสั้นๆ จากประสบการณ์ผู้เขียน จากนั้นเป็นแบบฝึกหัดให้ลองทำจริง ทำแล้วเขียนบันทึกลงในหนังสือค่ะ ความดีงามคือ อ่านแค่สัปดาห์ละ 4 หน้า ฝึกทำสัปดาห์ละ 1 วิธี ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน Mindset ทีละเล็กละน้อย ต่อไปนี้เป็น 6 วิธีที่กี้ชอบมากที่สุดอยากจะมาแบ่งปันกันค่ะ

6 ตัวอย่างแบบฝึกหัดสร้างความสุข

1. แสดงความรู้สึกขอบคุณ

แบบฝึกหัด: บันทึกสิ่งที่รู้สึกขอบคุณทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ความรู้สึกหลังทำ: จากแต่ก่อนเป็นคนไว จะมองแต่ภาพรวมใหญ่ๆ ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียด พอได้โจทย์ให้เขียนขอบคุณ เลยต้องสังเกตสิ่งเล็กน้อยทุกอย่าง เลยเริ่มมองเห็นคุณค่า สิ่งสวยงามในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้นค่ะ เช่น ขอบคุณคุณป้าร้านข้าวที่แถมไข่ดาวให้,​ ขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่เล่าเรื่องตลกให้ฟัง, ขอบคุณแม่ค้าออนไลน์ที่ตอบคำถามอย่างใส่ใจและสุภาพ

2. ออกกำลังกาย

แบบฝึกหัด: ออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที บันทึกความรู้สึกหลังออกกำลังกาย ชอบออกกำลังกายแบบไหน?

ความรู้สึกหลังทำ: เหนื่อยมากกกก (แง่สิ ออกกำลังกายของจริง ไม่ใช่เล่นเกม Street Fighter) ออกกำลังกายเป็นคีย์หลักที่ทำให้มีความสุขมากขึ้นจริงค่ะ ออกกำลังกายเสร็จจะกินอะไรก็ได้ ใส่ชุดไหนก็ยังดูดี แถมกลางคืนหลับสนิท ปัญหาคือกี้จะคึกเป็นช่วงๆ ช่วงไหนบ้าฟิตเนสก็ไปเกือบทุกวัน พอช่วงขี้เกียจก็เลิกไป แล้วก็จะซึมเศร้าเพราะอ้วนขึ้น ฮ่าๆ ดังนั้นกำลังพยายามใส่ใจกับความสม่ำเสมออยู่ค่ะ

3. เรียนรู้ที่จะล้มเหลว หรือล้มเหลวที่จะเรียนรู้

แบบฝึกหัด: เขียนประสบการณ์ความล้มเหลวของคุณ บรรยายสิ่งที่ทำ ความคิด ความรู้สึกในตอนนั้น รวมถึงความรู้สึกตอนที่กำลังเขียนอยู่นี้ เวลาผ่านไปทำให้มุมมองที่คุณมีต่อเหตุการณ์ครั้งนั้นต่างไปจากเดิมหรือไม่ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

ความรู้สึกหลังทำ: มีใครเป็น Perfectionist บ้างมั้ยคะ? 🙌 คนเหล่านี้มีข้อดีคือการันตีได้เลยว่างานจะต้องออกมาดีจนถึงดีมากๆ แน่ๆ แต่ในขณะเดียวกันหากล้มเหลว ก็จะเสียศูนย์และอาจพาลเกลียดสิ่งนั้นไปเลย กี้ก็เคยเป็นแบบนั้น การได้เขียนทบทวนเรื่องที่ล้มเหลวทำให้คิดได้ว่าความล้มเหลวไม่ได้แย่ ไม่ได้น่าเกลียด แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เติบโตขึ้นดีกว่าเดิม สง่างามกว่าเดิมต่างหาก

4. เป็นนักมองหาสิ่งดีๆ

แบบฝึกหัด: จงเขียนถึงเหตุการณ์ที่ยากลำบากสัก 2-3 เหตุการณ์ในชีวิต แล้วเขียนบรรยายในมุมของนักมองหาข้อผิดพลาดและนักมองหาสิ่งดีๆ เช่น ประสบการณ์สอบตก เริ่มจากบรรยายว่ารู้สึกแย่มาก มันเกิดขึ้นเพราะอะไร (มุมมองของนักมองหาข้อผิดพลาด) จากนั้นบรรยายว่าความล้มเหลวนี้ทำให้คุณถ่อมตัวมากขึ้น เห็นค่าของความอุตสาหะ (มุมมองของนักมองหาสิ่งดีๆ)

ความรู้สึกหลังทำ: บทนี้ทำให้เรา Think Positive in a consciously way (คิดบวกแบบมีสติ) คือ ไม่ได้ปลูกฝังให้เรามองโลกในแง่ดีจนเสียสติ ตามที่เขียนว่า “นักมองหาสิ่งดีๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมองว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอหรือต้องมีความสุขเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่ต้องทำคือยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง สิ่งที่ทำได้คือดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากมันให้ได้”

เช่น โดนโจรปล้นบ้านแต่รอดมาได้ ก็ไม่ใช่แค่มองแง่ดีว่า อย่างน้อยก็ดีแล้วที่ครอบครัวปลอดภัย จบ แต่มองว่านี้เป็นโอกาสดีที่จะเพิ่มระดับความปลอดภัยบ้าน ไปเรียนมวยไทยป้องกันตัว เลี้ยงสุนัขที่อยากเลี้ยงมานานมาเฝ้าบ้านก็ได้

5. เรียนรู้จากความอิจฉา

แบบฝึกหัด: เขียนสถานการณ์ที่คุณเกิดความรู้สึกอิจฉาออกมา แล้วจัดการด้วยการพูดคุยกับคนที่คุณอิจฉาเกี่ยวกับความรู้สึกนั้น การยอมรับจะช่วยให้ความรู้สึกบางเบาลง และไม่ถูกอำนาจมืดของความริษยาครอบงำด้วย

ความรู้สึกหลังทำ: เป็นบทที่อินมาก เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้อิจฉา(สุดๆ) แต่ไม่แสดงออก 🤣 กี้เคยมีทัศนคติที่ว่าการอิจฉาเป็นเรื่องน่าอายมาก เพราะ Envy เป็นหนึ่งในบาปร้ายแรง 7 บาปของศาสนาคริสต์ ทุกครั้งที่รู้สึกอิจฉาเลยพยายามปกปิดไว้ กลายเป็นยิ่งร้อนลุ่มและพาลไม่ชอบคนที่เราอิจฉา รวมถึงตัวเราเอง พอได้อ่านบทนี้เลยเปลี่ยนทัศนคติไปเลยว่ามันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ อิจฉาได้ แค่ต้องรับมือให้เป็น เช่น ตอนที่อิจฉาคนที่ได้ไปเที่ยวที่เราอยากไป ก็จะขอให้เขาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ขอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เผื่อในวันที่เราได้ไปบ้าง

6. กิจกรรมกระตุ้นความสุข

แบบฝึกหัด: เขียนกิจกรรมกระตุ้นความสุขทั้งสัปดาห์ อาจมีกิจกรรมทั่วไปที่ทำเป็นกิจวัตรได้ เช่น ใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว และกิจกรรมในเชิงสำรวจ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น ทำจิตอาสา จดกิจกรรมกระตุ้นความสุขลงในสมุดตารางเวลาของคุณ

ความรู้สึกหลังทำ: หลังได้โจทย์มาก็ได้ทำสิ่งที่ชอบมากขึ้น (เพราะต้องเอามาเขียนบันทึก ฮ่าๆ) อ่านหนังสือบ้าง เขียนบล็อกบ้าง ดูหนังบ้าง ทำให้ได้รู้ว่าที่เคยคิดว่าทำงานจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น จริงๆ แล้วถ้าจัดสรรเวลาดีๆ ก็ทำได้นะถ้าเราอยากทำ หาเวลาเบรคบ้าง ชาร์จพลัง จะ 5 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงก็พักอย่าง Productive ได้ค่ะ


ผลลัพธ์หลังอ่านจบ

กี้อ่านหนังสือเล่มนี้จบช่วงสิ้นปี ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกชีวิตแฮปปี้ทันทีเสกได้ขนาดนั้น จนผ่านไปสองเดือน เริ่มสังเกตว่าตัวเองยิ้มง่ายขึ้น หัวเราะมากขึ้น และช่างหัว***ง่ายขึ้น ฮ่าๆ แปลกแต่จริงนะ ช่วงที่ซึมเศร้ากี้จะหลับเยอะมาก บางวันหลับถึง 16 ชั่วโมง! ขอ Shut down ตัวเอง ไม่รับไม่รู้อะไรทั้งนั้น ตอนนี้หลับเท่าคนปกติ อยากตื่นขึ้นมาทุกวัน แค่ลืมตามาตอนเช้าแล้วคิดว่า เช้านี้จะได้กินอะไรอร่อยๆ ก็มีความสุขแล้ว 😋 เริ่มมีความสุขกับเรื่องเรียบง่าย เช่น ได้รอคอย Kingdom season 2 เข้า Netflix, ได้อ่าน One Piece ตอนใหม่, ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ถึงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ยังมีชีวิตอยู่

ช่วงนี้สถานการณ์ต่างๆ ทำให้คนตึงเครียด ทั้งเศรษฐกิจ, การเมือง และโรคภัยไข้เจ็บ ใครที่รู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หนังสือเล่มนี้เป็นแหล่งเติมพลังบวกอย่างดีเลย อาจจะไม่เห็นผลทันทีทันใด แต่ถ้าทำตามแบบฝึกหัดจริงๆ เวลาผ่านไปจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้แน่นอนค่ะ

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *