Ep11 dunkirk
รีวิวหนัง,  ไลฟ์สไตล์

[รีวิวหนัง] Dunkirk (2017) เมื่อทหารไม่อาจกลับบ้าน บ้านจึงมาหาพวกเขา

5
(1)
รีวิวหนัง

Dunkirk (2017)

คะแนนหนัง 🎥 IMDb: 7.9 | 🍅 Rotten tomatoes 92% | 🍪 Cookie’s score: 8.0 | กำกับโดย Christopher Nolan | หนังสงครามที่โคตรเรียล ไม่มีฮีโร่สงคราม มีแต่คนอยากกลับบ้าน เหมือนเราเป็นตัวละครหนึ่งที่พยายามหนีตายจากการโอบล้อมของศัตรูอยู่!

‘สงครามไม่ได้ชนะด้วยการอพยพ’ แต่บางครั้งการล่าถอยก็เป็นเรื่องที่สมควรทำ เหมือนดังเช่น ‘สมรภูมิ Dunkirk’ ปี 1940 สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เกิดเรื่องน่าประทับใจในสงคราม เมื่อกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร ประกอบด้วยพลทหารอังกฤษและฝรั่งเศสรวมกว่าสี่แสนนาย ติดกับอยู่ที่ชายหาดดันเคิร์กทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ถูกโอบล้อมโดยกองทัพเยอรมันทุกทิศทาง

Dunkirk (2017)

พวกเขาต้องทำการอพยพทหารฝ่ายสัมพันธมิตรจากชายหาดดันเคิร์กขึ้นเรือรบข้ามฟากไปยังเกาะอังกฤษที่ปลอดภัย โดยมีเวลามีเพียง 2 วันเท่านั้นก่อนที่กองทัพเยอรมันจะบุกมาถึง ด้วยเวลาน้อยนิด ในตอนแรกคาดการณ์กันว่าจะสามารถอพยพทหารได้สำเร็จเพียง 45,000 นาย แต่ความจริงแล้วพวกเขาสามารถอพยพได้สำเร็จถึง 338,226 นาย มากกว่าที่คาดการณ์ตอนแรกถึง 7.5 เท่า!

Dunkirk (2017)

Dunkirk (2017) ไม่ใช่หนังฮีโร่สงครามที่เราซาบซึ้งในความสละจนต้องเสียน้ำตาเหมือน Hacksaw Ridge หรือแอคชั่นมันส์เละแบบ Black Hawk Down แต่ผู้กำกับแห่งยุคอย่าง Christopher Nolan (ผู้กำกับ Inception, Interstellar และหนังดังอีกเพียบ) นำเสนอหนังสงครามในรูปแบบสมจริง โคตรเรียลผ่านมุมมองของนายทหารธรรมดา และชาวบ้านธรรมดาหลายๆ คนรวมกัน

Dunkirk (2017)

ความเจ๋งคือโนแลนไม่ได้ปูทางให้เรารู้จักภูมิหลังของตัวละครแต่ละตัวเลย ไม่มีแฟลชแบ็คว่าก่อนจะมาทหาร พวกเขามีครอบครัว มีคนรัก มีความฝันรออยู่ไหม แต่เราสัมผัสได้ถึงความดิ้นรน หนีตาย ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้กลับบ้าน บางคนยอมเหนื่อยวิ่งแบกคนเจ็บฝ่าระเบิดเพื่อหวังให้ตัวเองได้ขึ้นเรือด้วย สัมผัสได้ถึงความกลัวทุกครั้งที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายศัตรูบินมา ไม่มีทางรู้เลยว่าระเบิดจะตกไปโดนส่วนไหนของหาด อยู่ผิดที่แค่มิลเดียวก็ไปเฝ้ายมบาลเลย

Dunkirk (2017)

‘เมื่อทหารไม่อาจกลับบ้าน บ้านจึงมาหาพวกเขา’ นี้คือทุกอย่างของหนัง เมื่อที่กล่าวไปข้างต้น มีนายทหารที่ต้องอพยพเยอะเกินไป และมีเรือรบสำหรับอพยพน้อยเกินไป ดังนั้นพลเรือนจึงได้ออกเรือมาร่วมช่วยอพยพเหล่าทหารด้วย ทั้งเรือหาปลา เรือยอร์ชท่องเที่ยว เรือพักผ่อนส่วนตัว 

Dunkirk (2017)

ซึ่งเรือลำเล็กของพลเรือนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การอพยพประสบความเร็จ เพราะเรืออพยพจากฝั่งทหารเป็นเรือพิฆาตลำใหญ่ ทำให้จอดชิดชายหาดไม่ได้ ในขณะที่เรือของชาวบ้านเป็นเรือลำเล็ก สามารถจอดใกล้ชายหาด โดยไม่เกยตื้น จึงทำให้การอพยพรวดเร็วมากขึ้น

เมื่อเหล่าทหารเข้าเขตปลอดภัยในเกาะอังกฤษ แทนที่จะดีใจที่รอดชีวิต พวกเขาต่างเดินคอตก ผิดหวังที่เป็นเพียงผู้แพ้ในศึกนั้น หนีตายอย่างคนขี้ขาด ณ ชานชลารถไฟที่รอส่งทหารกลับบ้าน ชายชราคนหนึ่งยืนแจกผ้าห่มให้เหล่าทหารผ่านศึก พร้อมกล่าวชื่นชมว่า “ทำได้ยอดเยี่ยมมาก” 

อเล็กซ์ทหารผ่านศึกมาดๆ กล่าวอย่างโกรธปนละอายใจใส่ชายชรา

อเล็กซ์: “พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย ก็แค่หนีเอาตัวรอด” 

ชายชรา: “นั้นมันดีพอแล้ว”

Dunkirk (2017)

และนั้นก็เป็นความจริง ในมุมของพลเรือนที่ไม่ได้ไปร่วมต่อสู้ในสนามรบ พวกเขาต่างโห่ร้องอย่างดีใจที่ทหารเหล่านี้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย ‘พวกเขาทำได้ดีมากแล้ว’

Dunkirk (2017)

หนังเรื่องนี้ทำให้เราฉุกคิดถึงความเป็นจริงของสงครามมากขึ้น หนังสงครามหลายเรื่องมักดำเนินเรื่องโดยทหารที่เก่ง ทำดี และเสียสละ เป็นวีรบุรุษตัวจริง ทำให้มุมมองที่มีต่อสงครามมันเป็นเรื่องเท่และน่ายกย่อง จนมองข้ามความจริงที่ว่ายังมีตัวประกอบที่ไม่เคยถูกเอ่ยชื่อในสงครามอีกเป็นล้านๆ คน ต่างหวาดกลัว อยากกลับบ้าน อยากให้สงครามจบลง บางคนอาจจะถูกหลงลืม ไม่มีแม้แต่หลุมศพที่สลักชื่อตัวเองไว้

ขอบคุณเสด็จพ่อโนแลนที่เปิดมุมต่อสงครามให้เรามากขึ้นผ่านหนังที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง Dunkirk (2017)

รู้หรือไม่? ตัวละครส่วนใหญ่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครที่มีอยู่จริง! (ที่มา)

Dunkirk (2017)

คนแรกคือผู้การโบลท์ตัน (Kenneth Branagh) ที่ยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายในสมรภูมิดันเคิร์ก โดยหลังจากที่อพยพทหารอังกฤษของตัวเองไปได้หมดแล้ว เขายืนยันที่จะอยู่ต่อเพื่อช่วยอพยพทหารฝรั่งเศสที่เป็นพันธมิตรกัน โดยตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากกัปตัน William Tennant ที่อยู่เป็นคนสุดท้ายในสมรภูมิดันเคิร์กจริงๆ จนได้ฉายาว่า ‘Dunkirk Joe’ 

ต่อมาคือคุณดอว์สัน (Mark Rylance) ชายแก่ผู้กล้าหาญ ตัวแทนเรือพลเรือนในหนังที่ออกเรือมากับลูกชายพร้อมเพื่อนเพื่อมาช่วยอพยพทหารจากหาดดันเคิร์ก หลังจากที่เขาช่วยทหารคนแรกที่ลอยอยู่กลางน้ำเพราะเรืออพยพถูกจม ทหารคนนั้นก็พยายามโน้มน้าวให้คุณดอว์สันนำเรือกลับเข้าฝั่งอังกฤษ การไปที่ดันเคิร์กเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ 

นายทหาร: คนแก่อย่างคุณควรจะนอนอยู่ที่บ้านมากกว่า

คุณดอว์สัน: ถ้าหากเราไม่ไปช่วยพวกเขา เราจะไม่มีบ้านให้อยู่อีกต่อไป

เห็นใจกล้า นิ่งสงบได้แม้อยู่กลางสงครามแบบนี้ เพราะเขาเชื่อกันว่าตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Charles Lightoller ซึ่งเป็นต้นหนเรือของเรือ Titanic ซึ่งเขาถูกชื่นชมในเรื่องการยึดมั่นในคำสั่งของกัปตันว่า ‘เรือชูชีพสำหรับเด็กและผู้หญิงเท่านั้น’ เขาคอยดูแลให้ผู้โดยสารทุกคนอพยพอย่างปลอดภัยตามลำดับ และขัดขวางเรืออพยพลำหนึ่งที่มีแต่ผู้ชายทั้งลำในขณะที่ยังอพยพเด็กและผู้หญิงไม่หมด 

หลังจากวีกรรมในครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวมหาสมุทรหรือท้องทะเล ในช่วงที่เกิดเหตุดันเคิร์ก ตอนนั้นเขาเกษียณแล้ว แต่ยังนำเรือเล็กของเขามาร่วมออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือเหล่าทหารที่ติดอยู่ในสมรภูมิอีกด้วย

Dunkirk (2017)

คนสุดท้ายคือ แฟร์ริเออร์ (Tom Hardy) นักบินกองทัพอากาศ (RAF – Royal Air Force) คนสุดท้ายที่เหลือรอดอยู่ และคอยยิงไล่เครื่องบินฝ่ายศัตรูจนวินาทีสุดท้าย ถึงแม้ในหนังเราจะไม่รู้ชะตากรรมต่อไปของแฟร์ริเออร์ ที่หลังจากเครื่องบินตกในหาดของศัตรูเพราะน้ำมันหมด 

แต่คนที่เป็นแรงบันดาลใจตัวจริงอย่าง Alan Christopher “Al” Deere สามารถรอดไปได้ เขาเป็นนักบินชาวนิวซีแลนด์ที่ถูกส่งมาคุ้มครองน่านน้ำแถวสมรภูมิดันเคิร์ก เขาถูกยิงจนตกแถวชายหาดเหมือนในหนัง แต่ต่างกันที่เรื่องจริงเขารอดมาได้และเดินมาจนถึงหาดที่ทหารอังกฤษยืนรออพยพกันอยู่ และได้ขึ้นเรืออพยพกลับไปด้วย

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *