การทำงาน,  ความรู้,  แรงบันดาลใจ

5 ข้อคิดพิชิตความสำเร็จ จากนักแสดงชายแห่งปี ‘โอ อนุชิต’

5
(1)
สรุปเคล็ดลับความสำเร็จจากนักแสดงชายแห่งปี 2019

โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์

คติเตือนใจที่พี่โอยึดมั่น มาจากหนังเรื่องแรกที่เขาแสดง ‘จงเชื่อในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่เชื่อ‘ หากเราเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูก และลงมือทำมัน สิ่งดีๆ จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


วันนี้ได้มีโอกาสดีๆ มาฟังพี่โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่ก่อนเข้าวงการบันเทิง จนเป็นนักแสดงดังและเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงชายแห่งปีจาก Nine Entertain Awards 2019 มาหมาดๆ

ส่วนตัวรู้จักพี่โอจากเรื่องโหมโรงยังจำลีลาการประชันระนาดเอกอย่างดุเดือดกับขุนอินได้อยู่เลย เป็นหนังไทยเรื่องแรกๆ ที่ชอบมาก และทำให้รู้สึกว่าดนตรีไทยเท่มาก

สำหรับ Brown Bag (งานสัมมนาอย่างไม่เป็นทางการ) ของบริษัทประจำเดือนกันยายน ได้เชิญพี่โอ อนุชิตมาเป็น Guest Speaker เป็นวิทยากรให้กับน้องๆ ในหัวข้อเรื่อง

‘Where there is a will, there is a way’

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น

พี่โอได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เข้ามาวงการบันเทิงในฐานะแดนเซอร์ ได้เต้นอยู่หลังพี่มอส ปฏิภาณ และศิลปินจาก GMM Grammy จากนั้นด้วยทรงผมโมฮอกที่ไปตัดมา ก็มีคนเห็นแววดัง จนได้มีโอกาสถ่ายโฆษณาตัวแรกคือ Coke และได้เล่นหนังเรื่องแรกคือ15 ค่ำเดือน 11ซึ่งเป็นใบเบิกทางให้ได้มีโอกาสแสดงหนัง และละครเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

อาจจะเหมือนโชคช่วย แต่จริงๆ แล้วสิ่งเหล่ามาจากผลของความพยายามและความตั้งใจจริง มาดู 5 ข้อคิดพิชิตความสำเร็จที่พี่โอ อนุชิตมาแชร์ให้เราฟังในวันนี้กัน

1.เชื่อในสิ่งทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ

หลายคนอาจจะคุ้นหูประโยคนี้ดี เพราะนี้เป็นประโยคดังจากหนังเรื่อง ‘15 ค่ำเดือน 11’ ที่พี่โอแสดงเป็น ‘คาน’ ตัวเอก (ต้นฉบับ – ‘เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด แล้วจะเฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ’)

“จงลงมือทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่น” พี่โอเน้นย้ำบ่อยมาก แม้เราอาจจะยังไม่เห็นผลของสิ่งที่เราทำ แต่ถ้าเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันถูกต้อง และถูกหลักความเชื่อเรา สักวันสิ่งดีๆ จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

อย่างเรื่องของพี่โอเอง หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องโหมโรง (2004) ออกฉายและประสบความสำเร็จ แต่พี่โอกลับไม่ได้มีโอกาสเล่นหนังอีกเลย พี่โอก็เริ่มสงสัยว่าทำไม เขาทำอะไรผิด? เขาต้องปรับปรุงตรงไหน? ไม่มีใครเคยบอก แต่ถึงแม้จะสงสัยจนเริ่มท้อ เขาก็ยังทำในสิ่งที่เชื่อมั่นต่อไปนั้นคือ การแสดง

ถึงจะไม่มีโอกาสแสดงภาพยนตร์แบบที่ตัวเองรัก แต่ก็ไม่หยุดกับที่ รับงานละครที่เป็นเส้นทางใหม่ ขัดเกลาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนสิ่งที่เขาทำและเชื่อมั่นส่งผล เมื่อพี่โอได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง ‘มะลิลา’ (2017) และกวาดรางวัลมากมายอีกครั้ง

2. หาเรื่องที่ตัวเองเก่งให้เจอ จงภูมิใจและรักษามันไว้

จะต้องมีสักเรื่องที่คุณโดดเด่นกว่าคนรอบข้าง ให้ภูมิใจและรักษามันไว้ เพราะนั้นคือตัวตนของคุณที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้

บางคนอาจรายล้อมไปด้วยคนเก่งๆ แต่เชื่อเถอะ! ไม่มีใครเก่งไปกว่าใครได้หมดทุกเรื่องหรอก พี่โอเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่ง… คุณยายของเขาได้เจอกับคุณพ่อของเพื่อนซึ่งทำงานในวงการยานยนต์ต่างประเทศ คุณพ่อท่านนั้นรู้เรื่องเทคโนโลยีล้ำๆ และวิศวกรรมนานาชาติมากมาย แต่ก็มีสิ่งที่คุณยายรู้มากกว่า คือวิธีการลงมือสร้างถนนจริงๆ เพราะคุณยายท่านเป็นกรรมกรก่อสร้างมาก่อน

พี่โอเล่าด้วยความดีใจว่า ตอนที่เห็นคุณยายและคุณพ่อท่านนั้นสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กัน มันดูเท่มากจริงๆ ถึงจะมาจากต่างวงการอาชีพ แต่ทั้งคู่ต่างก็รู้ลึกรู้จริงในสิ่งที่ตัวเองทำ และภาคภูมิใจกับมันมาก

3. เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วโลกนี้จะน่าอยู่ขึ้น

ตอนที่ถ่ายทำโฆษณาเป็นครั้งแรก พี่โอถูกผู้กำกับดุแรงมาก เพราะผู้กำกับออกคำสั่งโดยใช้ศัพท์เทคนิค แต่ด้วยความมือใหม่ทำให้พี่โอไม่เข้าใจและทำผิดเรื่อยๆ จนผู้กำกับน็อตหลุดดุลั่นออกไมค์ คนถูกว่าอย่างพี่โอทั้งรู้สึกแย่ จิตตก แถมฝังใจกับผู้กำกับดุไปเลย

พี่โอเล่าว่า “ตอนแรกก็โมโหนะ แต่เมื่อลองคิดในมุมผู้กำกับ เขาอาจจะคิดว่าเราเคยผ่านงานถ่ายโฆษณามาแล้ว และคำสั่งก็เป็นศัพท์พื้นฐานง่ายๆ เขาเลยคิดว่าเราเข้าใจคำสั่ง แต่เมื่อเราทำไม่ได้ซะที เขาเลยโมโห พอคิดแบบนี้เราก็เข้าใจความรู้สึกเขามากขึ้น และเดือดน้อยลง”

ดังนั้นหากเราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีจากคนอื่น แทนที่จะโมโห ลองคิดในมุมกลับกัน พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วการร่วมงานกันจะราบรื่นและแฮปปี้ขึ้นเยอะ

4. ใส่ใจคนที่รัก ปล่อยวางคนที่เกลียด

มีคนรักก็ต้องมีคนชัง มันเป็นสมดุลทางธรรมชาติเหมือนหยินกับหยาง หากมีคนมาด่าเรา ให้ลองคิดดูว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หากเป็นความจริง เราก็ต้องยอมรับและใช้โอกาสนี้ปรับปรุงตัว พัฒนาตนเอง แต่หากไม่เป็นความจริง ก็ปล่อยวางและไม่ต้องสนใจ อย่าเก็บทุกคำพูดไม่ดีมาแบกไว้ให้ตัวเราเศร้าเลย

หากมีคนมาคอมเม้นท์หยาบคายบน Instagram, Facebook หรือช่องทางต่างๆ ของเรา ก็ลบทิ้งไปซะ ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะมองว่าเราลบทิ้งเพราะหนีเรื่องจริงหรือเปล่า เราแค่รักษาพื้นที่ส่วนตัวของเราให้สะอาด เหมือนกับรักษาบ้านของเราให้สะอาดอยู่เสมอนั้นแหละ เวลามีแฟนคลับ คนที่รักเราจริงผ่านมา เขาจะได้เห็นแต่บ้านสะอาด เห็นสิ่งดีๆ รอรับเขาอยู่

5. หาความท้าท้ายให้กับตัวเอง

หลายคนทำงานเดิมๆ ซ้ำซากก็อาจจะรู้สึกเบื่อเป็นเรื่องธรรมดา การเป็นนักแสดงเองก็เหมือนกัน หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในบทพิช เกย์หนุ่มจากเรื่อง ‘มะลิลา’ พี่โอก็ได้ถูกทาบทามให้แสดงหนังเกย์ติดต่อกันหลายเรื่อง จนเจ้าตัวเองยังรู้สึกว่า บทเกย์อีกแล้วหรอเนี่ย!

พี่โออาจจะเปลี่ยนใจผู้กำกับให้เปลี่ยนตัวละครเขาจากเกย์ เป็นผู้ชายปกติไม่ได้ แต่เขาสามารถชาเลนจ์ตัวเองได้ โดยการเพิ่มความท้าท้ายใหม่ๆ สร้างคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันในแต่ละเรื่อง แสดงให้คนดูเชื่อว่าเขาเป็นตัวละครในเรื่องนั้นจริงๆ ไม่ใช่ตัวเดิมจากหนังเรื่องเดิม

สำหรับคนที่เบื่องานประจำ (แต่จำเป็นต้องทำ) ก็สามารถชาเลนจ์ตัวเองได้ อาจจะทำงานเดิมด้วยวิธีการใหม่ๆ นอกจากจะทำให้งานไม่น่าเบื่อ ท้าท้ายขึ้น ยังเป็นการพัฒนาตัวเองอีกด้วย


กว่าจะประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง มีแฟนคลับที่รัก และคว้ารางวัลการแสดงอย่างมากมายอย่างทุกวันนี้ พี่โอก็เคยผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่ ท้อใจเหมือนกับคนทั่วไป แต่สิ่งที่ผลักดันให้เขาสู้ต่อก็คือ ‘การเชื่อมั่นในความพยายามของตัวเอง’ ซึ่งพี่โอก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้นเป็นเรื่องจริง 🙂

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *