การทำงาน,  ความรู้

[สรุป TED Talks] เทคนิคสร้างทีมจากกลุ่มคนแปลกหน้าให้ประสบความสำเร็จ

4.3
(3)

วันก่อนเรามีโอกาสได้ฟัง Ted Talk เรื่อง How to Turn a Group of Strangers Into a Team หรือ “วิธีการสร้างทีมจากกลุ่มคนแปลกหน้าให้มีประสิทธิภาพ” ซึ่งมีประโยชน์กับทุกคนที่กำลังปรับตัว อยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ หรือต้องพบเจอผู้คนใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาค่ะ

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

Teamwork Vs Teaming

การสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จ แม้แต่ในกลุ่มคนที่รู้จักกันก็ยังเป็นเรื่องยาก เช่น ทีมนักฟุตบอล ที่ต้องเก็บตัวซ้อมด้วยกันทุกวัน การจะทำให้เกิด “Teamwork” ก็ยังต้องอาศัยเวลาให้คนในทีมคุ้นเคย ปรับตัว ยอมรับกันและกัน บางครั้งถ้าคนในทีมไม่เปิดใจ ต่อให้อยู่ด้วยกันนานแค่ไหน Teamwork ก็ไม่เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่ Amy Edmondson ศาสตราจารย์ของ Harvard Business School ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างทีมอย่างมีประสิทธิภาพมาเล่าใน Ted Talk ไม่ใช่ Teamwork ทั่วไป แต่เป็นการสร้างทีมจากกลุ่มคนแปลกหน้า ที่ต้องมาเผชิญสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งเธอเรียกว่า “Teaming” หรือ Teamwork on the fly

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

ทำไม Teaming ถึงสำคัญ?

มีสิ่งดีๆ หลายอย่างมากที่เกิดมาจาก Teaming โดยที่เราอาจไม่ทันสังเกต ยกตัวอย่างเช่น คุณเคยสังเกตหนังที่คุณเพิ่งดูไปต้องใช้ทีมงานกี่คนในการสร้าง 1 โปรเจค ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ต่างคนต่างมา บางทีจนทำหนังจบ ก็ยังไม่เคยเจอหน้าค่าตากันเลยด้วยซ้ำ

ในโรงพยาบาลที่มีหมอ พยาบาล เวรเปล คนขับรถฉุกเฉิน บางคนอาจเพิ่งเจอกันเป็นกะแรก แต่เมื่อมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามา ก็ต้องร่วมมือทำงานเป็นทีมอัตโนมัติ เพราะชีวิตคนไข้ขึ้นอยู่กับ Teaming ของคนเหล่านั้น

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

หรือล่าสุดเคส “ทีมหมูป่า 13 คนติดถ้ำหลวง” จ.เชียงราย เมื่อปี 2018 ก็ถูกช่วยออกมาได้จากการ Teaming ของน้องๆ และโค้ชเอกที่ติดอยู่ในถ้ำ, ครอบครัว, ทีมนักประดาน้ำ, ทีมสำรวจ, นักวิทยาศาสตร์, วิศวกร และอาสาสมัครจากทั่วโลก

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

อีกหนึ่งเคสที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ เหตุการณ์ “2010 Chilean Mining Accident” ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 เกิดอุบัติเหตุเหมืองแร่ในชิลีถล่ม ทำให้คนงานเหมือง 33 คนติดอยู่ใต้ดินกว่า 700 เมตร ซึ่งท้ายที่สุดแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น หลังจากผ่านไปนานร่วม 2 เดือน พวกเขาก็ได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง โดยถูกช่วยมาได้ครบทั้ง 33 คน

ปาฏิหาริย์ที่ว่านั้นก็คือ “Teaming” นั้นเอง นี้เป็นร่วมมือของกลุ่มคนแปลกหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ระหว่างคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ดิน, ครอบครัวของคนงาน, วิศวกร, นักวิทยาศาสตร์จาก Nasa, รัฐบาล และอาสาสมัครจากทั่วโลก 

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

เบื้องหลังความสำเร็จของ Teaming

จากการศึกษาของ Amy พบว่า สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างทีมจากคนแปลกหน้าให้ประสบความสำเร็จมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

The basic human challenge – it’s hard to learn if you already know.

1.Situational Humility – ความถ่อมตน

สิ่งแรกที่ต้องมีเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนในทุกสถานการณ์ เพราะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้เราเปิดใจ ยอมรับคนอื่นๆ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นใคร ทำตัวให้เป็นแก้วเปล่าที่พร้อมยอมรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา และเมื่อเราอ่อนน้อม คนอื่นจะรู้สึกได้เช่นกัน และง่ายที่จะทำให้เขาเปิดใจกับเราด้วย

“It’s awfully hard to team if you inadvertently see others as competitors.”

2. Curiosity – ความอยากรู้อยากเห็น

เปิดใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในคนอื่นๆ ด้วยว่าเขาเป็นใคร นิสัยยังไง ทำอะไรมาบ้าง เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำงานเป็นทีม เราจะได้รู้ว่าเขาให้เราได้ และเราสามารถทำอะไรให้เขาได้บ้าง เป็นการสนับสนุนกันและกัน

3. Psychological Safety – ความกล้าที่จะเสี่ยง

เวลาอยู่กับคนแปลกหน้า เรามักไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะกลัวว่าคนที่เราไม่รู้จักจะตัดสินเราในทางลบ ทำให้ไม่กล้าที่จะสื่อสารกันออกมา

อย่างไรก็ตามหากเรามีคุณสมบัติ 2 ข้อก่อนหน้านี้ คือความถ่อมตนมาคู่กับความอยากรู้อยากเห็นแล้ว จะทำให้เกิดความกล้าที่จะเสี่ยง กล้าที่จะเรียนรู้จากคนอื่นๆ โดยไม่กลัวว่าเขาจะคิดอย่างไร เมื่อมีการสื่อสารกันออกมา นั้นคือจุดที่ทีมเริ่มต้นขึ้น

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

ทั้ง 3 คุณสมบัตินี้ต้องมาด้วยกันทั้งหมด หากเปิดใจอย่างเดียว แต่ไม่มีความอยากรู้อยากเห็น ไม่เข้าหาอีกฝ่ายก่อน ก็ยากที่จะเกิดการสื่อสารกันและกัน และสร้าง Teaming ขึ้นมาได้

“I don’t like that man. I must get to know him better.”

Abraham Lincoln

แล้วหากเราไม่ชอบคนในทีมของเราล่ะ จะทำอย่างไร? ในเมื่อเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ก็ลองเปลี่ยนที่วิธีคิดหรือ Mindset ของเราแทน คิดตามคำคมดีๆ จากอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา ว่าการที่เราไม่ชอบใครสักคนหนึ่ง นั้นหมายความว่าเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ ดังนั้นต้องยิ่งเข้าไปทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น เพื่อจะได้เห็นมุมมองหลายๆ อย่าง ดีกว่าตีตัวออกห่างไปเลย เพราะนั้นจะยิ่งทำให้ไม่เข้าใจกันมากขึ้น จนไม่สามารถเกิด Teaming ได้

How to Turn a Group of Strangers Into a Team

ยิ่งใหญ่กว่าแค่ Teaming ในที่ทำงาน

ไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้ว ปัญหาตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่ทุกอย่างต้องการการ Teaming เช่น ภาวะโลกร้อน, น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือป่าไม้ถูกทำลาย เป็นต้น อย่างที่ Paul Polman, CEO ของ Unilever เคยกล่าวไว้ว่า 

“ปัจจุบันพวกเราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่และท้าทายอยู่…

เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเราทุกคนต้องร่วมมือกันและชักชวนคนอื่นๆ มาเข้าร่วมด้วย เช่น การขาดแคลนอาหาร และน้ำดื่ม เป็นต้น เป็นประเด็นที่ชัดเจนว่าไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยองค์กรเพียงองค์กรเดียว หรือรัฐบาลประเทศเดียว”

แต่ทั้งหมดนี้ต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนทั่วโลก เราสามารถเริ่มฝึกการ Teaming จากเรื่องง่ายๆ เริ่มจากลองหันซ้ายหันขวา มองดูเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นดูสิว่า คุณรู้จักเขาดีหรือยัง รู้หรือยังว่าเขาช่วยอะไรคุณได้ และคุณช่วยอะไรเขาตอบแทนได้บ้าง? เมื่อนั้น Teaming จะเกิดขึ้น และปัญหาใดๆ ในโลกก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเมื่อเราทำงานกันเป็นทีม



ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 4.3 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *