หนังสือ ออมให้เงินโต
ความรู้,  สรุปหนังสือ

สรุปหนังสือ ออมให้เงินโต : 6 ขั้นตอนเก็บเงินให้งอกเงยจนเกษียณ

5
(1)

หนังสือเล่มนี้คือคัมภีร์การออมเงินที่เกิดมาเพื่อ Beginner ที่รู้จักแต่การฝากเงินในธนาคารกับกระปุกหมู 🐷 แบบเราจริงๆ ค่ะ เขียนโดยแอดมินเพจออมให้เงินโต แบบเข้าใจง่ายๆ เข้าใจง่ายสมชื่อจริงๆ อ่านจบปุ๊บ จะรู้วิธีออมเงินยังไงให้โตและเหมาะกับเรามากที่สุดแทนที่จะแช่เงินทิ้งไว้ในธนาคารเฉยๆ รวมถึงอะไรคือกองทุน กองทุนหุ้น สลากออมสิน ประกันชีวิต ประกันภัยสุขภาพ แผนเกษียณ ฯลฯ

ทำไมต้องรู้?​ บทเรียนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา 😭

ขอเล่าบทเรียนชีวิตหนึ่งที่มีค่ามากกกก (หลักแสน ซึ่งเยอะมากสำหรับเรา ฮ่าๆ) ทำไมเราถึงควรมีความรู้เรื่องนี้ติดตัวไว้เอง? ให้เพื่อนหรือนายหน้าแนะนำง่ายกว่ามั้ย?​ มีใครเป็นเหมือนเราแต่ก่อนมั้ยคะที่ไม่สนใจเรื่องกองทุน/หุ้น/ประกันเลย เพราะยุ่งยากและงงมาก เลยใช้วิธีซื้อประกัน/กองทุนกับเพื่อนสมัยเด็ก ซึ่งนางรวยกว่าเรามากๆ คงไม่มาหลอกแน่นอน ส่วนเราก็เป็นคนง่ายๆ (หลอกง่าย 😅) แบบฉันมีเงินเท่านี้นะ เลือกให้ฉันหน่อย อะไรก็ได้ที่เธอแนะนำ

สุดท้ายแล้วก็โป๊ะ เงินหาย ลาก่อย เพลงขึ้นมาเลยค่ะ “ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง~” งานนี้ไม่โทษใครไปมากกว่าตัวเอง ไม่มีความรู้ ความเข้าใจเอง และขอบคุณเหตุการณ์นี้ที่ทำให้เรารู้ซึ้งกับประโยคที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง อย่าลงทุนในเรื่องที่ไม่เข้าใจโดยเด็ดขาด!” ไม่ใช่แค่ประโยคลอยๆ ในโฆษณาอีกต่อไป รู้ถึงความสำคัญแล้ว มาดู 6 ขั้นตอนการออมเงินให้โตที่สรุปมาจากหนังสือกันเลยค่ะ

1. คำนวณเงินที่ต้องการจะเก็บไว้ใช้ในอนาคตก่อน

จะเก็บเงินได้ ก็ต้องมีเป้าหมายว่าอยากเก็บให้ได้เท่าไหร่ และต้องชนะเงินเฟ้อ เช่น ในอีก 35 ปีข้างหน้า เราอยากมีเงินใช้ 30,000 บาท/เดือน (มูลค่าในวันนี้) ตีว่าเงินเฟ้อ 3% ต่อปี ความน่ากลัวเงินเฟ้อคือ ข้าวของแพงขึ้นทุกปี เช่น ข้าวมันไก่จานละ 40 บาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีราคาเท่ากับ 40 x (1+(3/100)^2) = 41.06 บาท โดยคำนวณเงินเฟ้อได้จากสูตรนี้เลย

มูลค่าในอนาคต = มูลค่าวันนี้  x (1 + (3/100) ^ จำนวนปี)

เงินเดือน 30,000 บาทในวันนี้ ในอีก 35 ปีข้างหน้าจะเท่ากับ 30,000 x (1+(3/100)^35) = 84,416 บาท!!! ฉะนั้นถ้าเรายังเก็บเงินเดือนละ 30,000 บาทในกระปุกหมู 35 ปีถัดมา มันก็ยังจะเท่ากับสามหมื่นบาท ซึ่งอาจไม่พอกินพอใช้ในอนาคตไกลๆ จึงควรเอาเงินไปออมในที่ๆ เงิน สามหมื่นของเราจะได้กำไรงอกเงยเกิน 84,416 บาท เรียกว่า ชนะเงินเฟ้อ นั้นเอง

2. เก็บเงินก่อนใช้ อย่างน้อย 10% ของเงินเดือน

สมมติ เงินเดือน 20,000 บาท ควรมีเงินเก็บอย่างน้อยเดือนละ 2,000 บาท และเก็บในที่เอาออกได้ยากมากๆ เช่น บัญชีธนาคารที่ไม่มีบัตร ไม่เชื่อมกับแอพ โอนเข้าอัตโนมัติทุกเดือน

3. ทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายแบบง่ายๆ

ตัวรายรับนี้ง่าย ตัวรายจ่ายสิยาก หลายคนเลิกทำไปเพราะชอบลืมจดอะไรเล็กๆ น้อยๆ เราก็เหมือนกัน แบบไปซื้อของร้านสะดวกซื้อมา ซื้อไปเท่าไหร่แล้วนะ ช่างมันไม่จดแล้ว ในหนังสือก็แนะนำมาว่าให้จดแบบหยาบๆ ไปเลย เช่น กำหนดเลยว่า ใช้จ่ายค่ากิน + จิปาถะวันละ 300 บาท = 300 x 30 = 9,000 บาทต่อเดือน

4. เก็บเงินออมฉุกเฉินไว้ 6 – 12 เท่าของรายจ่าย

เผื่อในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เช่น ตกงานกะทันหัน หรือช่วงโควิด-19 ก็ทำให้เงินออมฉุกเฉินสำคัญมากๆ ให้เก็บในที่ที่ถอนออกมาใช้ได้ง่าย เช่น ฝากธนาคารปกติ เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าจำเป็นต้องใช้เมื่อไหร่

5. ลงทุนในกองทุนรวม

หลังจากมีเงินออมฉุกเฉินไว้เรียบร้อยแล้ว เงินที่เหลือควรเอามาลงทุนในกองทุนรวม สรุปคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ

ประเภทกองทุนผลตอบแทนโดยประมาณต่อปีความเสี่ยง
กองทุนรวมตลาดเงิน1-2%ความเสี่ยงต่ำ โอกาสขาดทุนน้อย แต่แพ้เงินเฟ้อ (3%)
กองทุนรวมตราสารหนี้2-3%ความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับการออมเงิน 1-5 ปี
กองทุนรวมหุ้น8-12%ผันผวนสูงในระยะสั้น คือราคาขึ้นๆ ลงๆ แต่ผลตอบแทนดีในระยะยาว เหมาะกับออมเงิน >5 ปีขึ้นไป
กองทุนรวมผสม (ผสมระหว่างตราสารหนี้ + หุ้น)3-5%ความเสี่ยงน้อยกว่ากองทุนหุ้น แต่ผลตอบแทนก็น้อยกว่า
SSF (ปัจจุบัน 2563 มาแทน LTF)ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอไว้สำหรับลดหย่อนภาษี ขายได้หลังจาก 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ จึงเหมาะกับการออมเงินระยะยาว
RMFขึ้นอยู่กับกองทุนที่ลงทุน เช่น ถ้า RMF ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น จะได้ผลตอบแทน ~8-12%ไว้สำหรับลดหย่อนภาษี เหมาะกับไว้ใช้ตอนเกษียณ เพราะจะขายได้เมื่ออายุเกิน 55 ปีเท่านั้น

ที่จริงยังมีกองทุนประเภทอื่นอีกนะคะ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนทองคำ พวกนี้ให้ผลตอบแทนสูงมาก แต่ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน ยิ่งสูงยิ่งหนาว 🥶 สำหรับรายละเอียดลึกๆ เช่น วิธีการเลือกกองทุน, เทคนิคกระจายความเสี่ยง หรือลดโอกาสขาดทุน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ หรือถ้าเรารู้แล้วว่าสนใจกองทุนประเภทไหน ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บ Morningstar Thailand ได้เลยค่า

6. ซื้อประกันชีวิต ประกันความไม่แน่นอนของชีวิต

จำไว้ว่าการซื้อประกันคือการประกันความเสี่ยง ไม่ใช่ลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย เช่น เกิดอุบัติเหตุต้องนอนโรงพยาบาลหลายเดือน ไปทำงานไม่ได้, เสียชีวิตจะได้มีเงินไว้ให้คนข้างหลัง หรือเลวร้ายที่สุดคือ ไม่ตายแต่ทุพพลภาพตลอดชีวิต เป็นต้น

ประเภทประกันชีวิตข้อดี – ข้อเสีย/เหมาะกับใคร?
ประกันสะสมทรัพย์เหมาะกับคนที่จ่ายเบี้ยไหว เพราะแพงกว่าแบบอื่น แต่เงินต้นไม่หายแน่ๆ และเมื่อครบสัญญาคุ้มครอง จะได้เงินทุนประกันไม่ว่าจะอยู่หรือตาย
ประกันคุ้มครองตลอดชีวิตเป็นประกันที่คนทำไม่ได้ใช้เงิน คนใช้เงินไม่ได้ทำ เหมาะกับคนที่มีห่วงข้างหลัง คนข้างหลังได้เงินแน่นอน
ประกันคุ้มครองชั่วระยะเวลาเบี้ยราคาถูกกว่าแบบอื่นๆ แต่จ่ายทิ้ง คือถ้าครบสัญญาแล้ว เรายังอยู่ เราจะไม่ได้เงินใดๆ เหมาะกับคนที่มีห่วงในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ให้คุ้มครอง 15 ปี จนถึงลูกเรียนจบก็พอ
ประกันบำนาญประกันจะทยอยจ่ายเงินคืนหลังจากเกษียณ (หลังอายุ 55-60 ปี) แต่แพ้เงินเฟ้อ เงินไม่มากมาย เหมาะกับไว้ลดหย่อนภาษีเฉยๆ
ประกันอุบัติเหตุเหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยงเจออุบัติเหตุบ่อยๆ เช่น ต้องเดินทาง ขับรถไกลๆ ประจำ เป็นเบี้ยจ่ายทิ้ง คุ้มครองระยะสั้น
ประกันยูนิตลิงค์เป็นการแบ่งเงิน 2 ส่วน ส่วนแรกลงประกันตามปกติ อีกส่วนจะไปลงกองทุน จึงเหมาะกับคนที่มีความเข้าใจในหุ้น/กองทุนที่จะลงจริงๆ

ประกันบางประเภท เช่น ประกันสะสมทรัพย์,​ ประกันคุ้มครองตลอดชีวิต และประกันยูนิตลิงค์ สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมมาอุดช่องโหว่ได้ เช่น ซื้อประกันสะสมทรัพย์ (สัญญาหลัก) + ประกันโรคร้ายแรง (สัญญาเพิ่มเติม) + ประกันทุพพลภาพ (สัญญาเพิ่มเติม) หากเราเป็นโรคร้ายแรง เราจะได้เงินทุนประกันจากประกันโรคร้ายแรงก่อน และเมื่อเสียชีวิต จะได้ทุนประกันจากประกันสะสมทรัพย์ไว้ให้คนข้างหลัง


6 ขั้นตอนนี้ เรียกได้ว่าครอบคลุมเกือบทั้งหมดของชีวิตแล้ว มีทั้งออมเงินให้โตเพื่อชนะเงินเฟ้อ + ประกันความเสี่ยง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น หากคุณอ่านถึงขั้นตอนที่ 5 ลงทุนในกองทุน แล้วสนใจกองทุนรวมหุ้น อย่าลืมไปหาข้อมูลเพิ่มเติม อ่านประสบการณ์การลงทุนของคนอื่นจาก Pantip เพื่อรู้ข้อควรระวังเพิ่มเติม สุดท้ายนี้จำไว้เสมอนะคะทุกคน

การลงทุนมีความเสี่ยง อย่าลงทุนในเรื่องที่ไม่เข้าใจโดยเด็ดขาด!” ☺️

หนังสือ ออมให้เงินโต

หนังสือ ออมให้เงินโต

คัมภีร์การเก็บเงินให้งอกเงย ด้วยภาษาเข้าใจง่าย เหมาะกับ Beginner ด้านการเงิน

ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *