สรุปหนังสือ Super Productive
สรุปหนังสือ,  ไลฟ์สไตล์

4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจากหนังสือ SUPER PRODUCTIVE

5
(1)
สรุปหนังสือ

4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจาก SUPER PRODUCTIVE

หนังสือ Super Productive โดยคุณ รวิศ หาญอุตสาหะ เจ้าของเพจ Mission to the moon | อ่านจบระวังขยัน! เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่เห็นผลจริง จากงานวิจัยต่างประเทศและประสบการณ์จริงของผู้เขียน เหมาะกับคนวัยทำงานทุกคนตั้งแต่พนักงานออฟฟิศยันผู้บริหาร

Ref: https://thestandard.co/super-productive-show/

เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังหมดไฟในการทำงาน หรือหลงทางอยู่ ไม่รู้จะทำยังไงให้เราทำงานได้ดีขึ้น ไม่ควรพลาดเล่มนี้! หนังสือ Super Productive การันตีสาระและคุณภาพโดยนักเขียน คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ศรีจันทร์ที่ปัดฝุ่นแบรนด์ไทยเก่าแก่นี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยังเป็นเจ้าของเพจและพอดแคสต์ Mission to the moon รวมถึงพอดแคสต์ที่ทำร่วมกับ The Standard ชื่อเดียวกับหนังสือ Super Productive

หนังสือ Super Productive

หากใครเป็นแฟน Mission to the moon อยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้เนื้อหาส่วนใหญ่เหมือนกับในพอดแคสต์เลย เหมือนเอา Episode เด่นๆ ที่เกี่ยวกับวิธีสร้าง Productivity มาสรุปให้อีกรอบเป็นข้อๆ เหมือนอาจารย์มาสรุปเลคเชอร์ให้เลยอะ อ่านง่าย เข้าใจขึ้นเยอะ หลังจากอ่านจบแล้ว เราเลือก 4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ฉบับพนักงานออฟฟิศ มาให้ทุกคนดูกัน


ซื้อหนังสือ SUPER PRODUCTIVITY


1. การรู้จักตัวเองคือทักษะที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 – คนที่รู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้จะทำงานได้ดีกว่า มีโอกาสเจริญก้าวหน้า และมีความสัมพันธ์ในเรื่องงานและส่วนตัวที่ดีกว่า เข้าใจตัวเองว่าอะไรกระตุ้นเราได้ เราให้ค่ากับอะไร รวมถึงเข้าใจว่าคนอื่นคิดยังไงกับเรา สิ่งเหล่านี้ฝึกฝนได้ เพียงแค่ตั้งใจฟังเสียงฟีดแบ็ค และหมั่นทบทวนตัวเอง

2. หยุดกังวลสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ – นี้เป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะถ้าเราเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย วิธีการแก้ปัญหานี้จริงๆ คือ การเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริงว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเราไม่รู้ว่าทุกวันนี้เรากำลังอะไรอยู่ ก็มีแนวโน้มที่จะกังวลกับคำวิจารณ์ของคนอื่นมากกว่า

เหมือนกับตอนเรานำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน ถ้าเราท่องจำบทมาจากกูเกิ้ล ไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เราจะกลัวตัวสั่นมากว่าจะมีใครถามอะไรไหม เพราะรู้ดีว่าคงรับมือกับสิ่งที่เราไม่รู้ไม่ได้แน่ๆ แต่หากเรารู้อยู่เสมอว่าพูดเรื่องอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่ และทำเพื่ออะไร เราจะไม่กลัวที่จะโต้ตอบหรือเผชิญกับคำวิจารณ์จากคนอื่นเลย

3. รับมือกับภาวะหมดไฟให้ได้ – มั่นใจว่าคนทำงานเกือบ 100% ต้องเคยเผชิญกับภาวะหมดไฟหรือ Burnout แน่นอน ช่วงไหนงานเยอะก็อาจจะเบิร์นบ่อยกว่าปกติ ฮ่าๆ ทีนี้เราต้องแยกให้ออกมาหมดไฟจริงหรือปลอม ถ้าหมดไฟปลอม ให้ลองนอนพักยาวๆ ตื่นเช้ามาอีกวันสองวันก็หายเป็นปกติ แล้วถ้าหมดไฟจริงๆ ล่ะ? ถ้าเราไม่เคยชอบงานที่เราทำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนงาน ไปทำสิ่งที่เราชอบเลย อย่ามัวเสียเวลา แปปๆ ก็ผ่านไปสิบปีแล้ว

แต่ถ้าเราหมดไฟกับงานที่เราชอบ ก็ลองปรับมุมมองทำให้งานมัน ‘สนุก’ ขึ้นสิ เช่น เจ้าของร้านอาหารที่หมดไฟในการทำร้านอาหาร ลองเปลี่ยนเป้าหมายจากขายอาหารทำธรรมดาๆ เป็นตั้งเป้าหมายว่า จะต้องได้ยินคนชมว่าอาหาร ‘อร่อยมาก’ 10 คน/วัน แน่นอนว่าเค้าต้องใช้ความพยายามในการคิดสูตร ปรับปรุงอาหารให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้คนชมทุกวัน กลายเป็นว่างานสนุกขึ้น แถมลูกค้าก็รักอาหารมากขึ้นด้วย

4. จงเป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต – เราชอบข้อนี้ที่สุด “ทันทีที่มหาวิทยาลัยพิมพ์ใบปริญญาให้เรา เรื่องที่เรียนมาก็ล้าสมัยไปแล้ว” ทุกวันนี้โลกก้าวไปเร็วมาก มีสิ่งเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอ คนที่ก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไปจึงต้องมีลักษณะนิสัยของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งต้องฝึกความเป็น Self-directed learner คือเรียนได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาเคี่ยวเข็น และมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราอยากเรียนอะไร และเรียนไปทำไม

จริงๆ ยังมีอีกหลายหัวข้อที่น่าสนใจ ถึงแม้เนื้อหาจะเหมือนกับในพอดแคสต์ หรือเคยรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่เราเห็นด้วยกับที่คุณรวิศเคยบอกไว้ใน Episode นึงประมาณว่า “ถึงแม้เนื้อหาจะคล้ายเดิม แต่ Productivity เป็นเรื่องที่ยิ่งทบทวนบ่อยๆ จะยิ่งเตือนใจและปลุกไฟให้เราได้” พออ่านจบแล้วอยากจะนำทริคมาใช้จริงตั้งแต่ตอนนี้เลย


ซื้อหนังสือ SUPER PRODUCTIVITY


ชอบบทความนี้มั้ยคะ?

โหวตเลย!

คะแนนปัจจุบัน 5 คะแนน

คนแรกน่ารักเสมอ โหวตเลย!

ขอบคุณที่ชอบบทความของเรานะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ ได้ที่ช่องทางเหล่านี้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *